เค้กชาเขียวหน้านิ่ม

เค้กชาเขียวหน้านิ่ม อร่อยนุ่มฉบับญี่ปุ่น

เค้กชาเขียวหน้านิ่ม หรือ Matcha Cake with Soft Ganache

 

เค้กชาเขียวหน้านิ่ม  เนื้อชิฟฟอนนุ่มนวลราดหน้าด้วย Soft Ganache

ชาเขียวเข้มข้น หอมกลิ่นชาเขียวและสีเขียวนวลสะดุดตา ลิ้มชิมรสได้อย่างง่ายดาย รสชาติไม่หวานจัด แต่เข้มข้นตามรสชาเขียว

วัตถุดิบส่วนผสม 
ส่วนชิฟฟอนเค้ก (แบ่งเป็น 3 ส่วน)
ส่วนที่ 1
1. แป้งเค้ก 80 กรัม
2. ผงฟู ¼ ช้อนชา
3. เกลือ 1/8 ช้อนชา
4. น้ำตาลทราย 50
5. ผงชาเขียวมัทฉะ MatchaZuki เกรด Medium 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนที่ 2
6. นมสดรสจืด 75 กรัม
7. น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันคาโนล่า 50 กรัม
8. ไข่แดง 2 ฟอง
9. กลิ่นวนิลลา 1 ช้อนชา

ส่วนที่ 3
10. ไข่ขาว 2 ฟอง
11. น้ำตาลทราย 50 กรัม
12. ครีมออฟทาร์ทาร์หรือน้ำมะนาว ½ ช้อนชา

ส่วน Soft Ganache
1. ผงชาเขียวมัทฉะ MatchaZuki เกรด Medium 2 ช้อนชา
2. น้ำตาล 55 กรัม
3. น้ำร้อน 75 กรัม
4. นมข้นจืด(1) 50 กรัม
5. แป้งข้าวโพด 15 กรัม
6. นมข้นจืด(2) 65 กรัม
7. เนยสดจืด 50 กรัม

วิธีทำ 
เค้กชิฟฟอน
1. นำส่วนที่ 1 ผสมให้เข้ากันโดยร่อนแป้ง ผงฟูและผงมัทฉะ ลงในอ่างผสมก่อน ตามด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ ให้ตระกร้อมือคนให้ส่วนผสมเข้ากันแล้วพักไว้

2. ผสมส่วนที่ 2 ทั้งหมด คือนมสด ไข่แดง น้ำมัน กลิ่นวนิลลา ลงในอ่างอีกใบ ใช้ตระกร้อมือตีให้เข้ากัน จากนั้นนำส่วนนี้เทลงในส่วนของแห้ง (ข้อที่ 1) แล้วคนให้เข้ากันดี พักไว้ก่อน

3. นำไข่ขาวในส่วนที่ 3 ที่แยกไว้ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ หรือน้ำมะนาว ตีด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าความเร็วปานกลาง ให้ขึ้นฟองหยาบๆ ทยอยใส่ทรายลงไป เรื่อยๆจนหมด ปรับเป็นความเร็วสูง ตีจนไข่ขาวมันเงา และเมื่อหยุดตีและยกเครื่องตีขึ้น ส่วนผสมตั้งยอด ไม่หยดลง

4. นำส่วนไข่ขาว ผสมลงในส่วนแรกที่ผสมไว้ ใช้พายยางตะล่อมให่ส่วนผสมเข้ากันดี เมื่อเข้ากันดีแล้ว เทลงพิมพ์ตามที่เตรียมไว้ นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เวลาประมาณ 25-30 นาที หรือเช็คว่าเค้กสุกโดยการนำไม้จิ้มไปยังกลางเค้ก หากไม่มีเศษเนื้อเค้กติดออกมาแสดงว่าเค้กสุกเรียบร้อยแล้ว นำออกจากเตาอบ ทิ้งไว้ให้เย็น นำออกจากพิมพ์ และสไลด์เค้กเป็นชั้นตามต้องการ

ส่วน Soft Ganache
นำผงมัทฉะผสมกับน้ำร้อน คนให้ละลายเข้ากันดี เทใส่หม้อ ตามด้วยน้ำตาล และนมข้นจืด(1) คนให้ละลาย ตั้งไฟให้เดือดอ่อนๆ แล้วนำแป้งข้าวโพดและนมข้นจืด(2) ละลายผสมกัน เทลงไปในหม้อ คนให้ส่วนผสมค้นจนเห็นรอยตะกร้อ ปิดไฟ ใส่เนยและคนจนกว่าจะอุ่นลง นำไปปาดลงบนเค้กที่สไลด์ไว้และตกแต่งให้สวยงาม

 

แหล่งที่มา   facebook

บลูเบอรี่ชีสพาย

บลูเบอรี่ชีสพาย สูตรครีมชิสเข้มข้น

บลูเบอรี่ชีสพาย แบบไม่ใช้เตาอบ แถมครีมชีสเข้มข้นสุดๆ

บลูเบอรี่ชีสพาย ที่มีส่วนผสมง่ายๆ ไม่กี่อย่าง ใช้แครกเกอร์มาทำเป็นฐาน จากนั้นก็นำครีมชีสมาตีให้ฟู นำไปแช่แข็งพอเซ็ตตัว ก็ออกมาเป็นเมนูอร่อยง่ายๆ แบบไม่ต้องง้อเตาอบแล้ว

ส่วนผสม
ฐาน
-แครกเกอร์ 90กรัม
-เนยเค็ม 60 กรัม
ชีสเค้ก
-เจลาตินแบบแผ่น แผ่นละ 5กรัม 1แผ่น
-น้ำตาลทรายขาว 40 กรัม
-น้ำ 15 กรัม
-ไข่แดง(ไข่ไก่) 2 ฟอง
-ครีมชีส 125 กรัม
-น้ำมะนาว 20 กรัม
-วิปปิ้งครีม 100 กรัม

วิธีทำ
1. ใช้แครกเกอร์ 90 กรัม
2. บดแครกเกอร์ให้ละเอียด ใครมีเครื่องบดใช้ได้เลยนะคะ ใครไม่มีก็เอาใส่ถุง ทุบๆๆๆๆ ละเอียดเท่าไหร่ยิ่งดีนะคะ ถ้าหยาบมากไป ตอนทานฐานจะแตกค่ะ
3.ใส่เนยละลาย 60 กรัม ลงในแครกเกอร์ที่บดแล้ว ผสมให้เข้ากัน
4. นำพิมพ์แบบที่ถอดก้นได้ ทาด้วยเนยบางๆ ถ้าใครจะใส่แบบกระทงฟอยล์ข้ามขั้นนี้ไปเลยจ้า
5. นำครัช (แครกเกอร์+เนย)จาก3. กรุลงในพิมพ์หนาประมาณ 1 เซนก็พอค่ะ แล้วกดให้แน่น ต้องแน่นๆเลยนะ ไม่งั้นฐานจะแตกค่ะ
6. ทำแบบเดียวกันกับกระทงฟอยล์ค่ะ เสร็จแล้วก็เอาไปแช่ช่องแข็ง 30 นาที
7. แช่เจลาตินแบบแผ่น 5 กรัม ในน้ำเย็น เพื่อให้เจลาตินพองตัว ประมาณ 20-30 นาที
8. ทำน้ำเชื่อมโดยใช้น้ำ 15 กรัม กับ น้ำตาล 40 กรัม ต้มให้เดือดแล้วยกลง
9. แยกไข่แดง 2 ฟอง
10.ใส่น้ำเชื่อมที่เดือด เททันทีในไข่แดง แล้วตีไข่แดงตลอดการใส่น้ำเชื่อม ขั้นตอนนี้จะทำให้ไข่ค่อยๆสุก ต้องค่อยไใส่
11. ตีจนไข่แดงกลายเป็นสีเหลืองนวล แล้วใส่ครีมชีส 125 กรัม ลงไปตีให้เข้ากัน
12. ตีวิปปิ้งครีม 100 กรัม ในอ่างผสมอีกใบ ตีจนตั้งยอดอ่อน แล้วพักไว้
13. นำเจลาตินที่อิ่มน้ำแล้วเข้าไมโครเวฟ 30 วินาที หาอะไรปิดภาชนะด้วยนะคะ ไม่งั้นเจลาตินจะแห้งติดภาชนะเลย
14. ผสมส่วนของไข่แดง 11. กับ วิปปิ้งครีม 12. ค่อยๆตะล่อมให้เข้ากัน
15. ใส่เจลาตินที่ละลายแล้ว คนให้เขากัน
16. ใส่น้ำมะนาว 20 กรัม ถ้าใครใช้น้ำเลม่อน สามารถเพิ่มปริมาตรได้ถึง 30 กรัมนะคะ
17. เทครีมชีสข้อ 16. ลงในพิมพ์ที่กรุครัชไว้แล้ว เกลี่ยหน้าให้เรียบ เคาะพิมพ์เล็กน้อย จึงนำไปแช่เย็นช่องธรรมดา 2-3 ชม.
18. เมื่อขนมเซทตัวแล้ว ค่อยๆถอดออกจากพิมพ์ โดยวางพิมพ์บนแก้วน้ำ แล้วค่อยๆดึงพิมพ์ลง
19. แต่งหน้าด้วยแจมบลูเบอรี่

 

แหล่งที่มา   thaiticketmajor

เค้กนมสด

เค้กนมสด

เค้กนมสด สูตรเค้ก นุ่มหอม อร่อย

เค้กนมสด  สามารถนำไปใช้มอบให้ในโอกาสต่าง ๆ เช่น วันมงคลสมรส วันเกิด ปีใหม่ และสามารถจัดรับประทานคู่กับ น้ำชา กาแฟด้วยได้

ส่วนผสมสปองจ์เค้กนมสด
-แป้งเค้ก 280 กรัม
-ผงวนิลา 1 1/2 ชช. (เราใช้แบบน้ำค่ะ ใส่ไป 2ชช.)
-ไข่ไก่ 9 ฟอง
-sp หรือ โอวาเล็ต 20 กรัม
-น้ำตาลทราย 300 กรัม
-น้ำเปล่า 4 1/2 ชต.
-เนยสดชนิดเค็ม ละลาย 240 กรัม
-เกลือป่น 3/4 ชช.
-นมสด 90 กรัม
-กลิ่นนมเนย 1 ชต.
-ขนมปังกรอบสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ1.ร่อนแป้งเค้ก ผงวนิลาและผงฟู ลงอ่างผสม พักไว้
2.ผสมไข่ไก่ SP น้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำเปล่า (ถ้าใครใช้วนิลาแบบน้ำก็ใส่ไปกับไข่เลยนะคะ) ใช้ตะกร้อตีด้วยความเร็วต่ำสุด
พอเข้ากัน
3.ใส่ส่วนผสมของแป้งที่ร่อนไว้ลงในอ่างผสม ตีด้วยความเร็วต่ำจนเข้ากันดี แล้วเพิ่มเป็นความเร็วสูงสุดประมาณ 3-4นาที
จากนั้นลดเป็นความเร็วต่ำอีก 1 นาที พร้อมใส่นมสด และเนยละลายที่พักไว้จนอุ่นแล้ว ลงผสมให้เข้ากันดี
4.เทส่วนผสมที่ได้ใส่ถาดอบที่ทาด้วยเนยขาวปูด้วยกระดาษไข นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 200 องศาC เวลา 30 นาที หรือจนสุกเหลือง
จึงนำออกจากเตา แซะออกจากถาดพักไว้ให้เย็น ตัดครึ่งเค้ก แล้วนำกรุลงในพิมพ์แบบถอดก้นหรือสปริงฟอร์ม ราดด้วยครีมนมสด
แล้วตามด้วยเนื้อเค้กอีกชั้น และครีมสลับชั้นกันตามต้องการ นำเข้าแช่ตู้เย็นจนเซ็ตตัว ตกแต่งหน้าด้วยขนมปังกรอบให้สวยงาม

ส่วนผสมครีมนมสด

-นมสด (1) 470กรัม
-นมผง 40 กรัม
-ไวต์ช็อกโกแลตสับ 190 กรัม
-เจลาตินชนิดแผ่น 7แผ่น
-วิปครีม 400 กรัม
-นมสด (2) 50 กรัม

วิธีทำ
1.แช่เจลาตินในน้ำเย็นจนนุ่ม พักไว้
2.ต้มนมสด (1) นมผง พอเดือด ใส่ไวท์ช็อคโกแลตพอละลาย ใส่เจลาติน คนให้เข้ากัน พักให้เย็น
3.ตีวิปครีมกับนมสด (2) ด้วยหัวตะกร้อใช้ความเร็วสูงสุดของเครื่องจนขึ้นฟูตั้งยอดอ่อน
นำลงผสมกับส่วนผสมข้อ 2 โดยใช้ตะกร้อมือคนเบาๆ จนส่วนผสมเข้ากันดี จึงนำไปราดเค้ก

แหล่งที่มา  teerayutsamuel

Strawberry Shortcake

Strawberry Shortcake

Strawberry Shortcake เค้กสไตล์ญี่ปุ่นเนื้อนุ่มอร่อย มีความเป็นญี่ปุ่นหลายคนคงต้องนึกถึง เมนูสตรอว์เบอร์รี่ชอร์ตเค้ก (Strawberry Shortcake) แม้จะไม่ได้เป็นขนมเค้กสัญชาติญี่ปุ่นร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จากการดัดแปลงสูตรให้มีเนื้อเค้กนุ่ม เบา เข้ากับวิปปิ้งครีม เนื้อเนียนอร่อย และสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตในรสชาติที่ไม่หวานเกินไป

ทำให้เมนูนี้กลายเป็นซิกเนเจอร์ ที่ ร้านขนมญี่ปุ่น ต้องมีขายเลยทีเดียว เช่น เดียวกับร้าน Mori Dessert Bar ที่ได้ คุณมุเนะโยชิ โมริเชฟชาวญี่ปุ่น ผู้เป็นที่ปรึกษาและคอยรังสรรค์เมนูแสนอร่อย ภายในร้านให้เป็นขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น รสชาติถูกปากคนไทยรวมถึงสูตรสตรอว์เบอร์รี่ชอร์ตเค้กสูตรนี้ด้วย

ส่วนผสม (สำหรับ 1 ปอนด์) เตรียม 10 นาที ปรุง 30 นาที

ไข่ไก่ 2 ฟอง
น้ำตาลทราย 75 กรัม
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 60 กรัม
นมสดรสจืด 80 กรัม
เนยจืดละลาย 25 กรัม
วิปปิ้งครีม 500 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง(ร่อนแล้ว) 50 กรัม
เหล้ายิน 5 กรัม
สตรอว์เบอร์รี่สด 300 กรัม

วิธีทำ
1. เตรียมเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส

2. ตีไข่ไก่กับน้ำตาลให้ขึ้นฟูจากนั้นเติมนมสดลงไปผสมตีต่อจนส่วนผสมเข้ากันดี

3. ตักส่วนผสมข้อ 2 ประมาณ 1-3 มาผสมกับเนยละลาย คนให้เข้ากัน พักไว้

4. ใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ลงในส่วนผสมไข่ไก่ที่เหลือในข้อ 2 โดยตะล่อมเบา ๆ ให้เข้ากันจากนั้นนำไปผสมกับส่วนผสม ข้อ 3 ตะล่อมให้เข้ากันดี เทลงพิมพ์ขนาด 1 ปอนด์ที่รองด้วยกระดาษไขที่ก้นพิมพ์ นำเข้าเตาอบนาน 20 นาที

5. เมื่อเค้กสุกนำออกมาพักไว้บนตะแกรงให้เย็น สไลซ์เค้กเป็น 3 ชั้นเท่า ๆ กัน

6. ตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งและเหล้ายินให้ขึ้นฟู นำวิปปิ้งครีมมาปาดลงบนชั้นเค้กแต่ละชั้น จากนั้นสไลซ์สตรอว์เบอร์รี่บาง ๆ นำมาวางเรียงให้ทั่วชั้นเค้กทั้ง 3 ชั้น ปาดวิปปิ้งครีมให้คลุมเค้กทั้งหมดจนเรียบเนียนตกแต่งด้านบนด้วยผลสตรอว์เบอร์รี่สดประมาณ 4 ลูก นำไปแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ

พลังงานต่อหนึ่งปอนด์ 2,499.40 กิโลแคลอรี
โปรตีน 40.16 กรัม ไขมัน 148.28 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 261.07 กรัม ไฟเบอร์ 12.21 กรัม

แหล่งที่มา  goodlifeupdate

เค้กส้มหน้านิ่ม

เค้กส้มหน้านิ่ม สีสวยเนื้อนุ่ม

เค้กส้มหน้านิ่ม นั้นเป็นที่เค้กที่รสชาติเปรี้ยวหวานแล้วหอมของกลิ่นส้มและเนื้อเค้กที่นิ่ม

เค้กส้มหน้านิ่ม ประโยนช์ของส้มยังอุดมไปด้วยวิตามินต่าง ๆ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายของเราวิตามินซี วิตามินเอ (เบตาแคโรทีน) วิตามินบี วิตามินดี ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และคอลลาเจน นอกจากนี้ยังมีใยอาหารที่ช่วยในระบบขับถ่ายอีกด้วย สำหรับสรรพคุณของส้มในเรื่องอื่น ๆ เช่น ช่วยรักษาเลือดออกตามไรฟัน ช่วยล้างสารพิษในร่างกายด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ

ส่วนผสม ตัวเค้ก ส้ม (ประมาณ 10-12 ชิ้นขึ้นอยู่กับขนาดของพิมพ์)

• แป้งเค้ก 1+1/2 ถ้วย
• ผงฟู 1 ช้อนชา
• เกลือ 1/4 ช้อนชา
• ไข่ไก่ (ฟองใหญ่) 4 ฟอง (แยกไข่แดงกับไข่ขาวออกจากกัน)
• น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย (ถ้าต้องการให้เค้กหวานขึ้นให้เพิ่มเป็น 1 ถ้วย)
• ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา
• เนยสดละละลาย 4 ช้อนโต๊ะ
• ผิวส้มขูด 2 ลูก
• กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
• กลิ่นส้ม 1 ช้อนชา
• น้ำส้มสด 1/2 ถ้วย

อุปกรณ์

• พิมพ์เค้กครึ่งวงกลม หรือถ้วยกลม

ส่วนผสม ซอสส้ม

• น้ำเปล่า 300 กรัม
• น้ำส้มซันคิส 75 กรัม
• น้ำตาลทราย 100 กรัม
• แป้งกวนไส้ 25 กรัม (หรือแป้งข้าวโพดแต่ซอสจะไม่ใส)
• เนยเค็ม 25 กรัม
• สีผสมอาหารสีส้ม 1 ช้อนชา
• กลิ่นส้ม 1 ช้อนชา (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

วิธีทำเค้กส้ม

1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 325 องศาฟาเรนไฮต์ เตรียมไว้
2. ร่อนแป้งเค้กกับผงฟูเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
3. ตีผสมไข่ไก่กับเกลือ และครีมออฟทาร์ทาร์ (ทาไว้ที่ปลายตะกร้อ) เข้าด้วยกันจนตั้งยอด จากนั้นเติมน้ำตาลทรายลงไปครึ่งหนึ่ง แล้วตีให้เข้ากันจนตั้งยอดแข็งอีกครั้ง เตรียมไว้
4. ตีผสมไข่แดงกับน้ำตาลทรายที่เหลือจนเป็นครีมสีเหลืองอ่อน เติมเนยละลายลงไป ตามด้วยผิวส้มขูด กลิ่นวานิลลา และกลิ่นส้ม ตีต่อให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
5. ลดความเร็วเครื่องตีลง แบ่งแป้งเป็น 3 ส่วนแล้วทยอยใส่ลงไปในส่วนผสมไข่แดง ตามด้วยน้ำส้มครึ่งหนึ่งก่อน ใส่สลับกันเช่นนี้จนหมด และตีจนส่วนผสมเข้ากัน
6. แบ่งส่วนผสมไข่ขาวที่ตีไว้เป็น 3 ส่วนแล้วค่อย ๆ ทยอยใส่ลงไปตีผสมทีละส่วนจนหมดและเข้ากันดี
7. ตักส่วนผสมลงในพิมพ์เค้กประมาณ 3/4 ของพิมพ์
8. นำไปอบที่อุณหภูมิ 325 องศาฟาเรนไฮต์ ใช้ไฟบน-ล่าง อบประมาณ 20-30 นาที (ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มลงในขนม ถ้าไม่ติดไม้ขึ้นมาแสดงว่าสุกแล้ว) นำออกจากเตาอบ คว่ำออกจากพิมพ์แล้ววางพักทิ้งไว้บนตะแกรงจนเย็น
9. ทำซอสส้มโดยใส่น้ำเปล่า น้ำส้ม และน้ำตาลทรายลงในหม้อ คนผสมให้เข้ากันนำขึ้นตั้งไฟอ่อน ใส่แป้งกวนไส้ลงไปกวนจนส่วนผสมเริ่มเหนียวข้นเป็นรอยตะกร้อ ใส่สีผสมอาหารสีส้มและกลิ่นส้มลงไปคนให้เข้ากันแล้วปิดไฟ ใส่เนยลงไปคนละลายเข้ากัน จากนั้นกวนไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมเริ่มอุ่น เตรียมไว้สำหรับเคลือบเค้ก
10. วางเรียงเค้กบนตะแกรงที่รองด้วยถาดให้ห่างกันประมาณ 1 นิ้ว ยกหม้อที่กวนซอสส้มไว้ค่อย ๆ เทราดลงบนเค้กจากกึ่งกลางแล้วปล่อยให้ซอสไหลลงไปเคลือบเค้กจนทั่ว พักเค้กทิ้งไว้สักครู่เพื่อให้ซอสส่วนเกินไหลลงไปจนหมดและเรียบเนียน รอจนเซตตัวแล้วเอาออกจากตะแกรง แต่งด้วยใบส้ม หรือใบไม้ให้คล้ายผลส้ม พร้อมเสิร์ฟ

แหล่งที่มา  cooking.kapook