เค้กลำไย

สูตร วิธีทำ เค้กลำไยสด สุดเก๋

ใครกำลังมองหาเค้กวันเกิด ลองเปลี่ยนจากเค้กครีมสดเป็น เค้กลำไย สุดเก๋ กันดีไหม สูตรที่ทำจากลำไยสด เติมกลิ่นหอมของวานิลลาเข้าไป
อบใส่ถาดแล้วหั่นแบ่งหรือใส่พิมพ์คัพเค้กก็ได้ตามชอบ เรามาดูสูตรและวิธีการทำเค้กกันดีกว่า

ส่วนผสมโดยปริมาณ

-ลำไย 250 กรัม
-แป้งสาลีอเนกประสงค์ 130 กรัม
-ผงฟู 1 ช้อนชา
-เนยสด 100 กรัม
-น้ำตาลทราย 150 กรัม
-EC 25 K 15 กรัม
-น้ำ 1/4 กรัม
-ไข่ไก่ 3 ฟอง
-เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
-วนิลลา 1 ช้อนชา

วิธีทำ

วอมเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 160 องศา

1.ร่อนแป้งและผงฟูรวมกัน ครั้งพักไว้

2.แกะลำไยล้างให้สะอาด พักไว้

3.ตีเนยสดด้วยหัวตีใช้ความเร็วต่ำ ปาดเนยที่ติดก้นชามผสม ๑ ครั้ง ตีต่อด้วยความเร็วปานกลางจนเนยสดขึ้นฟูเล็กน้อย ปาดตามขอบอ่างและก้นอ่าง
แล้วใส่น้ำตาลทราย EC 25 K น้ำ ไข่ไก่ เกลือและกลิ่นวนิลลา ตีต่อด้วยความเร็วต่ำประมาณ 1 นาที หรือพอส่วนผสมเข้ากัน

4.ใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนลงไป ตีส่วนผสมด้วยความเร็วต่ำประมาณ 1 นาที หรือจนส่วนผสมเข้ากันดี ปาดแป้งที่เกาะตามขอบอ่างออก
แล้วปรับเครื่องตีเป็นความเร็วปานกลางตีประมาณ 2 นาที ส่วนผสมจะมีลักษณะข้นเป็นครีมและเนียน ปาดอ่างขอบอ่างอีกครั้ง
แล้วตีต่อด้วยความเร็วต่ำ 1 นาทีเพื่อไล่ฟองอากาศ แบ่งส่วนผสมครึ่งหนึ่งของลำไยใส่ลงไปในส่วนผสมของแป้งที่ตีไว้
ใช้พายคนไปมาให้เข้ากัน

5.เตรียมพิมพ์รองด้วยกระดาษไข เทส่วนผสมของป้งที่เสร็จแล้วลงไปในพิมพ์หรือถาด โรยหน้าด้วยลำไยให้ทั่วถาด
นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศา

พายมะพร้าวอ่อน

Untitled

พายมะพร้าวอ่อน พาย คืออาหาร ของหวาน อีกชนิดหนึ่งที่ผ่านกระบวนขั้นตอนของการอบ พายจะมีไส้ต่าง ๆ อยู่ด้านใน เช่น เนื้อปลา ผัก ผลไม้ ชีส ครีม ช็อกโกแลต คัสตาร์ด ถั่ว
พายจะมี 2 ลักษณะคือ แบบที่มีแป้งประกบทั้งสองด้าน เช่น พายไก่ หรือพายสับปะรด และอีกแบบหนึ่งคือที่วางอยู่บนแป้งด้านหนึ่ง เช่นพายที่เป็นขนมหวาน
โดยไส้ที่เป็นของหวานหรือผลไม้ จะวางบนแผ่นแป้งที่เรียกว่าครัสต์ พายประเภทที่เป็นของหวานมักจะผ่านกระบวนการอบเฉพาะส่วนของแป้งเท่านั้น
ส่วนไส้ในจะมาใส่ภายหลัง สูตรและส่วนผสมที่ต้องเตรียม มีดังนี้

ส่วนผสม แป้ง พายมะพร้าวอ่อน

​​ ​​​​ ​​​​​​•​ แป้งสาลีอเนกประสงค์ 400 กรัม
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำตาลไอซิ่ง 20 กรัม
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ เกลือ 1 ช้อนชา
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ เนยสดจืด 60 กรัม
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ เนยขาว 70 กรัม
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ ไข่แดง (เบอร์ 2) 2 ฟอง
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำส้มสายชู 1+1/2 ช้อนชา
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำเย็นจัด 1/4 ถ้วย

ส่วนผสม ไส้มะพร้าวอ่อน

​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำมะพร้าว (ส่วนที่ 1) 1/2 ถ้วย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำมะพร้าว (ส่วนที่ 2) 1+1/2 ถ้วย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ แป้งข้าวโพด 1/4 ถ้วย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ เนื้อมะพร้าวอ่อน 350 กรัม
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ นมข้นจืด 1/4 ถ้วย (หรือจะเปลี่ยนเป็นนมสด หรือกะทิก็ได้)
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ นมข้นหวาน 1/3 ถ้วย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำตาลทรายขาว 1/4 ถ้วย (ลดหรือเพิ่มได้)
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ เกลือ 1/4 ช้อนชา

***ไส้สามารถปรุงรสตามชอบได้ ชอบหวานก็เพิ่มน้ำตาลทราย ไม่ชอบหวานก็ลดน้ำตาลทราย

วิธีทำแป้งพาย

1. ร่อนแป้งรวมกับน้ำตาลไอซิ่ง ใส่เกลือลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่เนยสดกับเนยขาวลงไป ใช้มือผสมคลุกเคล้าจนแป้งมีลักษณะเป็นเม็ดทรายเล็ก ๆ หรือใช้ที่สับแป้งพายก็ได้
2. ผสมไข่แดง น้ำส้มสายชูกลั่น และน้ำเย็นจัดให้เข้ากัน ค่อย ๆ เทส่วนผสมไข่แดงลงในส่วนผสมแป้ง ใช้ส้อมที่ตีไข่ตะล่อม ๆ ให้แป้งจับกันเป็นก้อน แค่ตะล่อม ๆ กดเบา ๆ ไม่ต้องนวดเพราะแป้งจะเหนียวเกินไป ถ้าแป้งแห้งไปก็เติมน้ำเย็นจัดลงไปผสมทีละ 1 ช้อนโต๊ะ อย่าผสมลงทีละเยอะ แป้งจะแฉะ พอแป้งจับเป็นก้อนก็คลุมด้วยพลาสติกถนอมอาหารหรือหาฝามาปิด พักในตู้เย็น ประมาณ 1 ชั่วโมง

วิธีทำไส้มะพร้าวอ่อน

1. นำน้ำมะพร้าว (ส่วนที่ 1) ผสมกับแป้งข้าวโพด พักไว้
2. ใช้หม้อหนา ๆ ตั้งไฟกลางค่อนไปทางอ่อน ใส่น้ำมะพร้าว (ส่วนที่ 2) พอน้ำมะพร้าวเดือดนิดหน่อยไม่ต้องมาก ก็ใส่เนื้อมะพร้าวลงไป เติมนมข้นจืด นมข้นหวาน น้ำตาลทราย และเกลือ กวนสักพักพอส่วนผสมเข้ากัน ชิมรสตามชอบ เทน้ำมะพร้าวที่ผสมแป้งข้าวโพดลงไป แล้วกวนจนข้นขึ้น แต่อย่าให้ข้นมาก ยกลงจากเตา พักไว้จนเย็นสนิทก่อนนำไปใช้

วิธีทำพายมะพร้าวอ่อน

1. นำแป้งพายออกจากตู้เย็นแล้วนวด ประมาณ 1-2 นาที พอตะล่อม ๆ ให้แป้งเข้ากันแล้วแบ่งแป้งเป็น 2 ส่วน คือ 70:30 แป้งก้อนใหญ่ใช้ทำฐาน แป้งก้อนเล็กใช้คลุม
2. คลึงหรือรีดแป้งให้เป็นแผ่นบางหรือหนาตามชอบ นำแป้งส่วนฐานไปกรุใส่พิมพ์ขนาด 3 ปอนด์ ที่ทาเนยขาวบาง ๆ ไว้กรุลงไปให้สวยงาม ใส่ไส้ลงไป เกลี่ยให้เสมอกัน นำแป้งอีกแผ่นมาคลุม กดขอบให้ติดกัน แป้งส่วนเกินที่ไม่สวยก็ตัดออก ตกแต่งให้สวยงาม ใช้ส้อมกดขอบพาย หรือใครจะทำเหมือนขอบพัฟก็ได้ ทาหน้าด้วยไข่แดงล้วน สีจะสวยมาก ทาบาง ๆ ไม่ต้องหนา
3. ใช้มีดกรีดหน้าขนมตามรอยที่เราจะตัด เพื่อให้ขนมมีช่องระบายอากาศตอนอบ ไม่ต้องกรีดจนขาด กรีดแค่พอมีช่องระบายพอ นำไปอบที่อุณหภูมิ 225 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบนกับไฟล่าง ไม่เปิดพัดลม ประมาณ 30 นาที แล้วลดอุณหภูมิลงเหลือ 180 องศาเซลเซียส ใช้ไฟล่างอย่างเดียวอีก 30 นาที รวมใช้เวลาอบ 1 ชั่วโมง ถอดพิมพ์ออกแล้วพักไว้ให้เย็นค่อยตัด แช่เย็นยิ่งดี

ราสป์เบอร์รีชีสพาย

raspberry cheesecake สูตรขนมไม่ง้อเตาอบ

เมนู ราสป์เบอร์รีชีสพาย เอาใจสาวๆชอบชีสพายรสเปรี้ยว และรสชาติครีมชีสเนื้อเนียนกับวุ้นเคลือบด้านบนเข้ากันดีกับราสป์เบอร์รีสด กับสูตรที่ไม่ต้องง้อเตาอบ เราลองมาดูส่วนผสมกันเลย

ส่วนผสม

• แครกเกอร์ บดละเอียด 250 กรัม
• เนยสดชนิดจืด 100 กรัม
• ครีมชีส 200 กรัม
• น้ำตาลไอซิ่ง 100 กรัม
• ซาวร์ครีม 270 กรัม
• วิปปิ้งครีมสด 270 กรัม

ส่วนผสม วุ้นสำหรับเคลือบ

• ผงวุ้นสำเร็จรูป กลิ่นราสป์เบอร์รี 125 กรัม
• น้ำเปล่า 200 มิลลิลิตร

ท็อปปิ้ง

• ราสป์เบอร์รี หรือผลไม้อื่น ปริมาณตามชอบ

วิธีทำราสป์เบอร์รีชีสพาย

1. อุ่นเนยให้ละลาย เทลงผสมกับแครกเกอร์ คนผสมให้เข้ากันดี กรุลงในพิมพ์ ใช้ช้อนกดให้แน่น เสร็จแล้วนำไปแช่ในตู้เย็นให้เซตตัว
2. ใส่ครีมชีส น้ำตาลไอซิ่ง และซาวร์ครีมลงในอ่างผสม ตีผสมรวมกันจนขึ้นฟู แล้วนำไปแช่ตู้เย็น
3. ตีวิปปิ้งครีมให้ขึ้นฟู จากนั้นค่อย ๆ ใส่ลงในส่วนผสมครีมชีส คนผสมเบา ๆ (ถ้าต้องการให้ครีมชีสอยู่ตัวให้ใส่เจลาตินที่แช่น้ำจนนิ่มแล้ว 3 แผ่น ลงไปตีรวมกับครีมชีส)
4. ใส่ผงวุ้นสำเร็จรูปต้มกับน้ำเปล่าจนเดือด จากนั้นพักไว้จนวุ้นเย็นลง
5. เทส่วนผสมครีมชีสลงไปในพิมพ์ที่กรุด้วยแป้งพาย ปาดให้เรียบ
6. ใส่ราสป์เบอร์รี หรือผลไม้ที่ชอบด้านบน
7. เทส่วนผสมวุ้นลงไปบนชีสเค้ก นำไปแช่เย็น ประมาณ 2 ชั่วโมงหรือจนกว่าจะเซตตัว พร้อมเสิร์ฟ

วุ้นกะทิใบเตย

เมนูขนมไทย ‘ วุ้นกะทิใบเตย ‘

ใบเตย ถูกนำมาใช้มาประกอบเป็นส่วนหนึ่งในอาหารคาว หวาน แม้กระทั่งเครื่องดื่มดับกระหาย ด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และสรรพคุณบำรุงมากมาย วันนี้เรามีสูตรขนมขั้นตอนง่ายไว้ให้ทุกคนทำช่วงหน้าร้อนกัน นั่นก็คือ  ‘ วุ้นกะทิใบเตย ’ เคี้ยวกรุบ เย็นชื่นใจให้หายร้อนกันไปเลย

วัตถุดิบ วุ้นใบเตย
1. ใบเตยหั่นชิ้น 12 ใบ
2. น้ำ 550 มิลลิลิตร
3. น้ำตาลทราย 95 กรัม
4. ผงวุ้น 5 กรัม

วัตถุดิบ วุ้นกะทิ
1. น้ำกะทิ 200 กรัม
2. น้ำ 200 กรัม
3. น้ำตาลทราย 95 กรัม
4. ผงวุ้น 5 กรัม
5. เกลือ 1/2 ช้อนชา

อุปกรณ์ ผ้าขาวบางและกระชอนสำหรับกรองน้ำใบเตย

ทำวุ้นใบเตย
– นำใบเตยหั่นชิ้นปั่นกับน้ำให้พอละเอียด แล้วกรองน้ำใบเตยด้วยผ้าขาวบางและกระชอนตาถี่เพื่อให้ได้น้ำใบเตยเข้มข้น

– นำน้ำใบเตยไปตั้งไฟ ใส่ผงวุ้น คนจนผงวุ้นละลายจนหมด จึงจะใส่น้ำตาล คนจนน้ำตาลละลาย

– เทใส่พิมพ์ ช้อนฟองออกเพื่อให้หน้าของวุ้นเรียบ นำไปพักอุณหภูมิห้อง หรือตู้เย็นเพื่อให้วุ้นเซตตัว

***  หากคนผงวุ้นไม่ละลายพอ วุ้นที่ได้จะขุ่นมีผลึก ไม่เรียบเนียน

– หากใส่น้ำตาลก่อนผงวุ้น จะทำให้วุ้นละลายได้ไม่ดี

ทำวุ้นกะทิ

– ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่กะทิและน้ำลงไป ใส่ผงวุ้น คนจนผงวุ้นละลายจนหมด จึงจะใส่น้ำตาลและเกลือ คนจนละลาย

– นำไปเทใส่บนวุ้นใบเตยที่เซตตัวแล้ว ช้อนฟองออกเพื่อให้หน้าของวุ้นเรียบ นำไปพักให้เย็นลงในตู้เย็นเพื่อให้วุ้นเซตตัว

จัดเสิร์ฟ

– เมื่อวุ้นแข็งและเซตตัวแล้ว นำมีดแซะที่ขอบเพื่อให้วุ้นหลุดจากพิมพ์ได้ง่าย เมื่อนำออกจากพิมพ์แล้วใช้ใบมีดหยักหั่นวุ้นเป็นชิ้นมาจัดเสิร์ฟ ก็พร้อมทานได้แล้ว

ขนมมงคล

ขนมถ้วยฟู สูตรขนมไทยโบราณ

ขนมถ้วยฟู เป็นขนมโบราณที่นำเข้ามาในเมืองไทยเราโดยคนจีน และขึ้นชื่อว่าเป็น ขนมมงคล อีกอย่างหนึ่งของไทย
ชาวจีนเรียกขนมถ้วยฟูว่า ฮวดโก้ย หมายถึง มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง เฟื่องฟู กลายเป็นอีกขนมหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในงานมงคลต่างๆ

ทั้งชาวจีนและชาวไทย นิยมนำไปไหว้เจ้า หรือประกอบพิธีงานมงคลต่างๆ ในงานแต่งงานนิยมทำขนมถ้วยฟูเป็นสีแดง ใช้ไหว้เจ้าหรืองานมงคลต่างๆนิยมใช้สีชมพู ใช้ในงานอวมงคล
หรือไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วนิยมใช้สีขาว ในปัจจุบันยังหาทานได้ง่าย มีหลากหลายสี เช่น ชมพู เขียว ขาว ฟ้า
วันนี้เรามีสูตรของขนม ถ้วยฟู หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่ง คือ ขนมปุยฝ้าย มาฝาก

ส่วนผสมประกอบไปด้วย

แป้งข้าวเจ้า 3 1/2 ถ้วยตวง
น้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทรายขาว 1 1/2 ถ้วยตวง
ยีสต์ผง 2 ช้อนชา
ผงฟู 4 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ร่อนแป้งข้าวเจ้ากับยีสต์รวมกัน แล้วค่อยๆ ใส่น้ำลอยดอกมะลิทีละน้อยๆ นวดจนแป้งนุ่ม แล้วใส่น้ำตาลทรายลงในแป้ง นวดต่อจนน้ำตาลทรายละลายหมด หลังจากนั้นค่อยๆ ใส่น้ำลอยดอกมะลิในส่วนผสมแป้งทั้งหมด
  2. หมักส่วนผสมแป้งไว้ประมาณ 3 ชม.
  3. เตรียมลังถึง ตั้งน้ำให้เดือด นึ่งถ้วยให้ร้อนจัด ตักส่วนผสมแป้งที่หมักไว้ 1 ถ้วยตวง ใส่ผงฟู 1/2 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน หยอดลงในถ้วยให้เต็ม นึ่งไฟแรงประมาณ 15 นาที ทิ้งให้ขนมอุ่นๆ จึงแคะออกจากถ้วย
นามะช็อกโกแลต

Chocolate Nama ของฝากยอดฮิตจากประเทศญี่ปุ่น

เริ่มกันที่เมนู นามะช็อกโกแลต สุดคลาสสิกที่โด่งดังมาในประเทศญี่ปุ่น ใครที่เดินทางไปที่นั่นก็ต้องมีของฝากอย่าง
ช็อกโกแลตนามะ หิ้วกลับมาฝาก นามะมีเนื้อที่นุ่มรสชาติเข้มข้น จะทำเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมหรือรูปร่างอื่น ๆ ก็ตามชอบ
สุดท้ายโรยผงโกโก้ให้สวยงาม วันนีเราเลยเอาสูตรและวิธีทำมาฝากกัน

ส่วนผสม

• ดาร์กช็อกโกแลตอย่างดี (หั่นเป็นชิ้นเล็ก) 100 กรัม
• ครีมสด หรือวิปปิ้งครีมไขมันต่ำ 50 มิลลิลิตร
• เหล้ารัม 2 ช้อนชา
• ผงโกโก้ (สำหรับโรยหน้า)

วิธีทำ

1. ตุ๋นครีมสดพอร้อน ยกลงจากเตา เตรียมไว้
2. ตุ๋นช็อกโกแลตให้ละลายเป็นเนื้อเนียน จากนั้นเทใส่ลงในครีมแล้วคนผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน
3. เติมเหล้ารัม คนผสมให้เข้ากัน ตักใส่พิมพ์ (ถ้าต้องการตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมให้รองพิมพ์ด้วยกระดาษไขก่อน)
จากนั้นนำเข้าตู้เย็นสักครู่ ตัดเป็นชิ้น ๆ หรือตักเป็นก้อนกลม ๆ หรือเป็นรูปทรงตามต้องการ จากนั้นโรยด้วยผงโกโก้ พร้อมเสิร์ฟ

คุกกี้ลูกเกด

สูตรคุกกี้ลูกเกด ของโปรดของใครหลายๆคน

เบเกอรี่แสนอร่อยอย่าง คุกกี้ลูกเกด เป็นของโปรดใครหลายคน เป็นคุกกี้อีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยม วิธีทำคุกกี้ลูกเกด ก็เหมือนกับคุกกี้ชนิดอื่นๆ
วันนี้เราจะแนะนำสูตรคุกกี้ลูกเกด ที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ

ส่วนผสม (สำหรับ 25 ชิ้นใหญ่)

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 250 กรัม
  • เนยสดชนิดเค็มหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 225 กรัม
  • ผงฟู 2 ช้อนชา
  • เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
  • ลูกเกดดำและเหลืองสับหยาบ 200 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง 180 กรัม
  • เกลือป่น ¼ ช้อนชา
  • นมข้นจืด 3 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • วานิลลาชนิดผง 1 ช้อนชา
  • เนยขาว (ชนิดไร้ไขมันทรานส์) สำหรับทาถาด

วิธีทำ คุกกี้ลูกเกด

  1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ทาเนยขาว (ชนิดไร้ไขมันทรานส์) ทาบางๆให้ทั่วถาด เตรียมไว้
  2. ร่อนแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดา และวานิลลาเข้าด้วยกัน จากนั้นใส่ลูกเกดลงเคล้าพอเข้ากัน พักไว้
  3. ใส่เนยสดลงในเครื่องผสมไฟฟ้า ใช้หัวตีรูปใบไม้ ตีด้วยความเร็วปานกลางจนอ่อนตัว ใส่น้ำตาลไอซิ่ง และเกลือลงตีจนขึ้นฟู แล้วจึงใส่ไข่ไก่ลงตีให้เข้ากัน
  4. ลดความเร็วลงต่ำสุด ใส่แป้งสลับกับนมข้นจืด (แบ่งแป้งเป็น 3 ส่วน นมข้นจืด 2 ส่วน เริ่มใส่แป้งก่อน) จากนั้นผสมพอเข้ากัน ปิดเครื่อง
  5. ปั้นคุกกี้เป็นก้อนกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 1.5 นิ้ว วางลงบนถาดโดยเว้นระยะห่าง ประมาณ 1 นิ้ว กดให้แบนเล็กน้อย
  6. นำเข้าอบประมาณ 20 นาทีหรือจนสุกเหลือง แล้วจึงนำออกจากเตา แซะออกจากถาด วางพักให้เย็นบนตะแกรง เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
Macaron

Macaron ขนมที่มีต้นกำเนิดมาจากฝรั่งเศส

มาการอง Macaron มีประวัติศาสตรยาวนานหลายร้อยปี และช่วง 5-6 ปีมานี้ ชาวปารีสและเหล่าฟู๊ดดี้ในประเทศโลกเจริญแล้ว ต่างคลั่งไคล้ใหลหลงคุกกี้ชิ้นเล็กๆ กลมๆ 2ชิ้นประกบกัน ตรงกลางมีไส้ รสหวาน สีสันสดใส และราคาสูงจนน่าตกใจ และวันนี้ร้านขนมในเมืองไทยหลายร้าน เป็นขนมที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศส

เสน่ห์ของ “มาการอง” Macaron ไม่ได้อยู่ที่สีสันสดใสเท่านั้น แต่ว่ากันว่าลักษณะของมาการองที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่รูปร่างคล้ายกับโดมแบน ๆ ที่มองดูจากด้านบนจะเป็นรูปวงกลม ผิวด้านบนของขนมเรียบมันจากความละเอียดของ เมล็ดอัลมอนด์บด ส่วนที่สำคัญ คือ ส่วนล่างของชิ้นขนมที่เรียกว่า “Foot” หรือบางคน เรียกว่า “Skirt” ซึ่งมัน คือ รอยหยักคล้ายลูกไม้ชายกระโปรงที่บางกรอบ

ซึ่งกว่าจะทำได้เช่นนั้นก็ต้องมีวิธีการทำที่ยุ่งยากพอควร และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ กลิ่นอันหอมหวาน เคล็ดลับอยู่ที่หลังจากนำ มาการองสองชิ้นมาประกบกันแล้ว ต้องเก็บไว้ในที่เย็นสักหนึ่งคืน เพื่อให้ไส้รสชาติต่าง ๆ ซึมซับเข้าสู่ชั้นของเนื้อขนม นอกจากนี้ความชื้นจากไส้ครีมยังทำให้ มาการองมีความนุ่มหนึบเวลาเคี้ยวอีกด้วย จะต้องมีรสชาติที่ผสานกันอย่างลงตัวระหว่างไส้ครีมกานาชกับเนื้อคุกกี้ ขนาดของส่วนสูงที่สมดุลของตัวคุกกี้ชิ้นบนและล่างที่ต้องเท่า ๆ กัน รวมทั้งไส้ที่บีบให้พอดีขอบและมองเห็นเป็นแนวเส้นเล็ก ๆโดยรอบตลอดชิ้น

ส่วนผสม

อัลมอนด์ป่น 125 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 150 กรัม
สีผสมอาหารชนิดผง 1/4 ช้อนชา
สีผสมอาหารชนิดผง 1/4 ช้อนชา (2)
ไข่ขาว (1) 55 กรัม
ไข่ขาว (2) 55 กรัม
น้ำตาลทราย 150 กรัม
น้ำเปล่า 40 กรัม
ไข่ขาว (3) 55 กรัม

วิธีทำ

– ใส่อัลมอนด์ป่นกับน้ำตาลไอซิ่งลงในเครื่องบดอาหาร
– ปั่นอัลมอนด์ป่นกับน้ำตาลไอซิ่งแค่พอเข้ากัน
– นำไปร่อนใส่ลงในอ่างผสมแล้วแบ่งเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน
– ใส่สีผสมอาหารชนิดผงลงไปในอัลมอนด์ส่วนที่ 1 คนผสมให้เข้ากัน
– ใส่ไข่ขาว (1) ลงไปคนผสมให้เข้ากัน เตรียมไว้
– ใส่สีผสมอาหารชนิดผง (2) ลงไปในอัลมอนด์ส่วนที่ 2 คนผสมให้เข้ากัน
– ใส่ไข่ขาว (2) ลงไปคนผสมให้เข้ากัน เตรียมไว้
– ทำน้ำเชื่อมโดยใส่น้ำตาลทรายกับน้ำลงในหม้อ นำไปตั้งไฟจนเดือด
– ระหว่างรอให้น้ำเชื่อมเดือด ให้ตีไข่ขาว (3) ให้ขึ้นฟู (ตามภาพ) แล้วหยุดตี รอให้น้ำเชื่อมเดือด
– รอให้น้ำเชื่อมเดือดที่อุณหภูมิ 118 องศาเซลเซียส ยกลงจากเตา จากนั้นค่อย ๆ ไปเทลงในไข่ขาวที่ตีไว้ ตีผสมด้วยความเร็วสูงสุด
– ตีผสมจนไข่ขาวตั้งยอด (ตามภาพ) จะได้อิตาเลียนเมอแรงก์
– พักทิ้งไว้จนอุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 50 องศาเซลเซียส
– ใส่เมอแรงก์ลงไปในส่วนผสมอัลมอนด์สีแดงที่เตรียมไว้ โดยใส่เพียงนิดเดียวก่อน แล้วคนผสมให้เข้ากัน
– จากนั้นจึงเทเมอแรงก์ทั้งหมดลงไปผสมให้เข้ากันจนไม่เห็นสีขาว (คนผสมไม่ต้องนานมาก)
– ตักส่วนผสมใส่ถุงบีบแล้วบีบลงบนแผ่นรองอบ (กะ ๆ เอาเวลาบีบ นับในใจ1-10 มันก็คงจะเท่า ๆ กันแหละ ตามภาพ) พักทิ้งไว้สักครู่จนผิวเรียบและเงาประมาณ 40 วินาที
(บีบเสร็จแล้ว ไม่ต้องมาพักอะไรให้เสียเวลาทำมาหากิน แค่รอให้ส่วนผสมไหลลงมาจนหน้าเรียบ เงา ซึ่งใช้ระยะเวลาแค่ 40 วินาทีเท่านั้น)
– นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 135 องศาเซลเซียส ประมาณ 14 นาที
– พอครบเวลา นำออกจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็นสนิท
นำใส่กล่อง แช่เย็น

เค้กมินิมอล

เค้กแบบ minimal สไตล์เกาหลี เรียบๆ แต่โก้

สำหรับ ‘ เค้กมินิมอล สไตล์เกาหลี‘ ก็เป็นเค้กที่มีรูปแบบและสไตล์ ที่ช่วงนี้กำลังฮิต ทั้งในเกาหลีและไทยมากๆ สไตล์ของเค้กแบบนี้คือ จะเน้นการปาดเค้กแบบเรียบๆ ง่ายๆ เขียนตัวอักษรบนหน้าเค้กนิดหน่อย พอให้ดูสวยงาม เหมาะ ช่วงเวลาดีๆ มอบให้คนพิเศษวันพิเศษต่างๆ หรือ ที่สาวๆหนุ่มๆ จะมอบให้กัน และอาจจะเบื่อกับเค้กรูปแบบเดิมๆ อยากได้เค้กเรียบๆ แต่ดูสวยและมีความเก๋ไม่เหมือนใคร บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งไอเดียเค้กที่กำลังมาแรงและน่ารักสุดๆ ของ เค้กมินิมอล

 

เค้กมินิมอล

 

 

ส่วนผสม สปันจ์เค้ก

– ไข่ไก่ 2 ฟอง
– SP 7 กรัม
– น้ำตาลทราย 60 กรัม
– นมสด 20 กรัม
– ฝักวานิลลา ประมาณ 3 เซนติเมตร (กลิ่นวานิลลาแทนได้)
– แป้งเค้ก 50 กรัม
– ผงฟู 1/2 ช้อนชา
– เนยละลาย 25 กรัม

ครีมสด

– วิปปิ้งครีม 250 กรัม
– น้ำตาลไอซิ่ง 1 ช้อนโต๊ะ
– กลิ่นเมเปิ้ล 1 ช้อนชา (กลิ่นวานิลลาแทนได้)
– สีผสมอาหาร สีส้มและสีฟ้า

วิธีทำ

1. อุ่นนมกับ วนิลา ฝัก เพื่อกลั่นกลิ่นของวนิลา และตักส่วนที่เป็นฝักออก และพักนมไว้
2. ตีไข่ไก่ กับ sp 7 กรัม เข้าด้วยกัน ตีให้ขึ้นฟู
3. เติมน้ำตาลทรายลงไป ตีให้จนเห็นเป็นรอยตระกร้อ
4. ใส่นมที่อุ่นไว้ลงไปตีให้เข้ากัน
5.ใส่แป้งเค้ก กับ ผงฟู ลงไป ตามด้วยเนยละลายค่อยๆใส่ลงไป
6. เตรียมพิมพ์เค้ก ขนาด 1 ปอนด์ รองด้วยกระดาษไข
7. เทส่วนผสมลงไป
8. เตรียมเตาอบ เทน้ำใส่ถาด อบด้วยอุณหภูมิ 150 องศา เป็นเวลา 30-35 นาที

ตีวิปครีม น้ำตาลไอซิ่ง กลิ่นวนิลา ตีให้ขึ้นฟู แต่งหน้าตามแบบตามใจชอบ

Coffee Cake

เค้กกาแฟ กรุบกรับด้วยบัตเตอร์ครีมสไตล์ฝรั่งเศส

สูตร เค้กกาแฟ Coffee Cake เค้กกาแฟเข้มๆ เป็นที่ถูกใจใครหลายๆคน แต่สูตรของเค้กกาแฟตัวนี้ไม่ธรรมดา เพราะมีถั่วพีแคนกรุบกรอบผสมอยู่ด้วย แถมครีมที่ใช้ระหว่างชั้นยังเป็นบัตเตอร์ครีมสไตล์ฝรั่งเศส ซึ่งจะมีความละมุนลิ้นจากไข่แดงที่อยู่ในครีมรับรองว่าอร่อยถูกใจแน่นอน

วัตถุดิบเค้กกาแฟ Coffee Cake
สำหรับ 6-8 ชิ้น ใช้เวลาทำโดยประมาณ 1 ชั่วโมง

ส่วนผสมตัวเค้ก
1. แป้งเค้ก 70 กรัม
2. ผงฟู 1 1/4 ช้อนชา
3. เบกกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา
4. กาแฟผง 1 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำร้อน 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
6. เนยสด 115 กรัม
7. น้ำตาลทราย 80 กรัม
8. ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 2 ฟอง
9. ถั่วพีแคนสับหยาบ 50 กรัม

ส่วนผสมน้ำเชื่อมกาแฟ
1. น้ำเปล่า 100 กรัม
2. น้ำตาลทราย 25 กรัม
3. กาแฟ 1 ช้อนโต๊ะ
4. เหล้าbaileys 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมบัตเตอร์ครีม
1. น้ำตาลทราย 90 กรัม
2. เนยสด 300 กรัม
3. น้ำเปล่า 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
4. ไข่แดง 4 ฟอง
5. เหล้า Baileys 2 ช้อนโต๊ะ
6. กาแฟ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

อุปกรณ์ที่ใช้ พิมพ์วงกลม 6 นิ้ว

วิธีทำเค้กกาแฟ Coffee Cake
1. ทำส่วนเค้กก่อนโดยละลายกาแฟกับน้ำร้อนพักไว้
2. ร่อนแป้งกับผงฟู ลงในอ่างผสมพักไว้
3. ตีเนยกับน้ำตาลให้ขึ้นฟู ใส่ไข่ไก่ทีละฟอง ตีให้เข้ากัน ใส่กาแฟที่ละลายไว้ ใส่แป้ง ตีให้พอเข้ากัน ใส่ถั่วพี่คานสับหยาบ คนให้เข้ากัน แบ่งใส่พิมพ์วงกลมสองพิมพ์ให้เท่ากัน อบไฟบน ล่าง 180 เซลเซียส ประมาณ 15 นาที เช็คสุกโดยใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มตรงกลางเค้ก ไม่มีเศษเค้กติดขึ้นมา คว่ำเค้กบนตระแกรงพักให้เย็น
4. ทำน้ำเชื่อมกาแฟ โดยนำน้ำไปต้มกับน้ำตาล หรือใส่ไมโครเวฟให้ร้อน ละลายกาแฟในน้ำร้อน ใส่เหล้า Baileys ลงไปคนให้เข้ากัน พักไว้
5. ทำบัตเตอร์ครีมโดยต้มน้ำตาลกับน้ำเปล่าเล็กน้อย ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิ รอจนอุณหภูมิใกล้ 120 เซลเซียส จึงเริ่มตีไข่แดงด้วยความเร็วปานกลาง พออุณหภูมิถึง 120 เซลเซียส ค่อยๆเทน้ำตาลลงไข่แดง ให้เทลงเป็นสายช้าๆระวังอย่าให้โดนหัวตี น้ำตาลร้อนๆ อาจจะกระเด็นโดนได้ ใส่เหล้า Baileys กาแฟ เดินเครื่องตีต่อเรื่อยๆจนส่วนผสมเย็นและขึ้นฟู ค่อยๆใส่เนยทีละน้อย ตีจนเป็นครีมเนียนพักไว้
6. นำเนื้อเค้กชิ้นแรกมาพรมน้ำเชื่อมกาแฟให้ชุ่มโดยใช้แปรงพรมๆให้ทั่ว เสร็จแล้วปาดครีมให้ทั่ว วางชิ้นเค้กอีกชั้นลงไป ใช้น้ำเชื่อมกาแฟพรมให้ชุ่ม และปาดครีมทับ แล้วปาดรอบเค้กด้วยตกแต่งหน้าเค้กด้วยถั่วพีคานตามชอบ นำไปแช่เย็นประมาณ 3 ชั่วโมง หรือจนกว่าครีมจะเซตตัว จึงนำไปตัดทานได้ แนะนำให้ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องสัก 15 นาทีก่อนทาน จะได้รสสัมผัสที่นุ่มนวลมากขึ้น