ข้าวเหนียวมะม่วง

เมนูมะม่วงยอดฮิต ข้าวเหนียวมูล ข้าวเหนียวมะม่วง เมนูมะม่วง

เข้ามาช่วงฤดูร้อนแล้ว เมนูที่ขาดไม่ได้ในช่วงฤดูร้อน นี้ก็คือ ข้าวเหนียวมะม่วง เพราะในช่วงนี้จะเป็นฤดูของผลมะม่วงที่ออกดอก ออกผล กันเยอะ
ลูกที่สุกแล้วส่วนใหญ่ก็จะนำมาทำเป็นของหวานแบบนี้ มีทั้งทำขาย หรือทำกินเอง

สำหรับคนที่ชอบทาน แนะนำว่าทำทานเองจะคุ้มกว่า สามารถเก็บรักษาไว้ได้ด้วย เรามาดูขั้นตอนและวิธีการทำกันดีกว่า

ส่วนผสม

ข้าวเหนียว 350 กรัม
กะทิ 1 กระป๋อง
น้ำตาลทราย ¾ ถ้วย
เกลือ 1¼ ช้อนชา
แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา
ใบเตย 4-5 ใบ

วิธีทำ

1. ล้างข้าวเหนียวให้สะอาดแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ข้ามคืน

2. เติมน้ำลงในซึ้งนึ่ง นำขึ้นตั้งไฟค่อนข้างแรง รอจนน้ำเดือด จากนั้นสะเด็ดน้ำข้าวเหนียวขึ้นมาห่อผ้าขาวบาง วางใบเตยลงไปประมาณ 2 ใบ แล้วนำไปนึ่ง

3. นึ่งประมาณ 30 นาทีจนข้าวเหนียวสุก

4. นำกะทิมาแบ่งไว้ ¾ ถ้วย สำหรับกะทิส่วนที่เหลือให้นำไปใส่หม้อเล็กๆ เติมน้ำตาลและเกลือ 1 ช้อนชาลงไป จากนั้นนำไปตั้งบนไฟอ่อน

5. ใส่ใบเตยที่เหลือลงในหม้อกะทิ ใช้ทัพพีคนเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลาย อย่าให้กะทิเป็นก้อน รอจนกะทิเดือดจึงปิดเตาและยกลงพักไว้

6. ตักข้าวเหนียวที่สุกแล้วใส่ลงในอ่างผสม เทกะทิร้อนๆ ใส่ลงไป คนเร็วๆ ให้ทั่วแล้วปิดฝาให้ข้าวเหนียวระอุอีกประมาณ 15 นาที

7. นำกะทิ ¾ ถ้วยที่แบ่งไว้มาผสมกับแป้งข้าวเจ้าและเกลือ ¼ ช้อนชา นำไปตั้งไฟแล้วคนเรื่อยๆ จนกะทิข้นและเดือด เพื่อใช้เป็นกะทิสำหรับราดหน้า

8. ตักข้าวเหนียวใส่จาน ราดด้วยน้ำกะทิที่เตรียมไว้ เสิร์ฟพร้อมมะม่วงสุก

 …

ลูกชุบ

ลูกชุบ ขนมไทยโบราณ สีสันหน้าตาหน้าทาน

ลูกชุบ คือการที่นำเอาถั่วมาปั้นเป็นรูปผลไม้หรือรูปต่างๆที่ถนัด เช่น รูปเป็ด รูปหัวใจ หรือรูปตัวการ์ตูนต่างๆ
เป็นขนมที่สามารถชวนเด็กๆ ในบ้านมาช่วยทำกันได้ เป็นเมนูที่ทำแล้วสนุก
และเราจะแต่งแต้มเป็นรูปอะไรหรือสีอะไรก็ได้ วิธีทำง่ายๆ

ส่วนผสม

-ถั่วเขียวเลาะเปลือก (นึ่ง) 500 กรัม
-น้ำตาลทราย 300 กรัม
-หัวกะทิ 1 ถ้วย
-สีผสมอาหารตามใจชอบ
-วุ้น

วิธีทำ

-นำถั่วเขียว น้ำตาลและกะทิ ปั่นรวมกันจนเนียน
-เทส่วนผสมลงไปในกระทะแล้วเคี่ยวจนถั่วนั้นปั้นเป็นลูกได้
-เตรียมสีผสมอาหารแยกไว้เป็นสีละถ้วย และเตรียมอุปกรณ์สำหรับเพ้นท์ เช่น พู่กัน และไม้แหลมสำหรับเสียบลูกชุบ
-ปั้นขนมให้เป็นรูปผลไม้ต่างๆ จากนั้นก็เสียบด้วยไม้แหลม ปักพักไว้ก่อน
-นำขนมที่ปั้นแล้ว ตกแต่งสีได้เลย แล้วนำไปตากให้สีแห้ง
-ละลายวุ้นเตรียมไว้ เมื่อขนมพร้อมแล้วให้นำมาชุบกับวุ้น เคลือบให้ขนมเป็นขึ้นเงาสวย อาจจะจุ่มสองรอบเพื่อความหนามากยิ่งขึ้น…

เค้กสังขยาใบเตย

สูตร เค้กสังขยาใบเตย เนื้อนุ่มรสชาติไทยๆ

เค้กสังขยาใบเตย สูตรเนื้อนุ่ม แถมยังหอมกลิ่นของใบเตยแบบยั่วยวนมาก เค้กสูตรนี้สามารถ ทำแล้วนำไปให้ ผู้ใหญ่ทานได้เลย
รสชาติแบบไทยๆ ทานได้ทุกเพศทุกวัยด้วยเช่นกัน มีสูตรและวิธีการทำตามขั้นตอนดังนี้

ส่วนผสมและสัดส่วน ของ เค้กสังขยาใบเตย
1. แป้งเค้ก 100 กรัม
2. น้ำตาลทรายส่วนที่หนึ่ง 80 กรัม
3. น้ำตาลทรายส่วนที่สอง 80 กรัม
4. ไข่แดง 4 ฟอง
5. ไข่ขาว 4 ฟอง
6. กะทิ 80 กรัม
7. กลิ่นใบเตย 1 ช้อนชา
8. สีผสมอาหารสีเขียว ½ ช้อนชา
9. ผงฟู 1/2 ช้อนชา
10. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
11. ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา
12. น้ำมันพืช 80 กรัม

ไส้และครีมราดหน้าสังขยาใบเตย
1. แป้งกวนไส้ 25 กรัม
2. ไข่แดง 2 ฟอง
3. วิปปิ้งครีม 300 กรัม
4. กะทิ 200 กรัม
5. น้ำตาลทราย 120 กรัม
6. นมข้นจืด 80 กรัม
7. น้ำใบเตย 100 กรัม
8. สีเผสมอาหารสีเขียว ½ ช้อนชา
9. เกลือป่น ¼ ช้อนชา

วิธีทำ
1. แป้งเค้กและผงฟูร่อนผสมเข้าด้วยกัน เติมน้ำตาลทรายส่วนที่หนึ่งและเกลือลงไป คนให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ
2. ค่อยๆ เติมส่วนผสมที่เป็นของเหลวลงไป น้ำมันพืช กะทิ ไข่แดง สีผสมอาหาร กลิ่นใบเตยคนให้เข้ากันพักไว้
3. เทไข่ขาวและครีมออฟทาร์ทาร์ลงในโถผสม เปิดเครื่องตีที่ความเร็วสูง จนส่วนผสมที่ได้มีลักษณะเป็นฟองหยาบๆ เติมน้ำตาลทรายส่วนที่สองลงไป แล้วตีจนตั้งยอดอ่อน
4. ค่อยๆ ตะล่อมส่วนผสมในข้อ 2 และ 3 เข้าด้วยกันด้วยตะกร้อมือ ถ้าตีส่วนของไข่ขาวได้ตั้งยอดสูตรนี้จะได้เค้กประมาณ 3 ปอนด์ 2 ก้อนค่ะ จากนั้นนำเข้าตู้อบที่อุณหภูมิ 180 C° ประมาณ 20 – 25 นาที
5. ทำไส้สังขยาใบเตย น้ำตาล แป้งกวนไส้ เกลือผสมเข้าด้วยกัน นำไปกวนในกระทะทองเหลืองให้พอเข้ากัน
6.ค่อยๆ ผสมน้ำกะทิ นมข้นจืด น้ำใบเตยและไข่แดงลงไปผสม ยกตั้งไฟปานกลาง ค่อยๆคนด้วยตะกร้อมือให้ส่วนผสมเข้ากัน คนจนส่วนผสมที่ได้เริ่มข้นเป็นเนื้อเหนียวๆ ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น
7.เทวิปปิ้งครีมลงในโถผสม ตีด้วยความเร็วปานกลาง จนวิปครีมตั้งยอดอ่อน
8.เทผสมส่วนผสมในข้อที่ 6 ลงในส่วนผสมข้อที่ 7 ตีผสมให้เข้ากันโดยใช้ความเร็วต่ำ
9.เมื่อตัวเค้กเสร็จสุกแล้วสไลว์เค้กเป็นชั้นตามที่ต้องการ แต่ไม่ควรเกินสามชั้นนะค่ะ เดี๋ยวฐานเค้กจะรับน้ำหนักไม่ไว้
10.เอาไส้สังขยาใบเตยที่ทำไว้ รอให้อุ่นๆ แล้วปาดลงเป็นไส้ระหว่างกลางในแต่ละชั้น แล้วเอามาราดหน้าเค้กด้วย ทิ้งไว้จนเย็นไส้สังขยาที่นาดไว้จะเซ็ตตัว ตัดเป็นชิ้นๆ ตามที่ต้องการ…

Strawberry Cake

เค้กสตอเบอรี่ Strawberry Cake

เค้กสตอเบอรี่ Strawberry Cake เค้กยอดนิยมตลอดกาลสำหรับสาวๆเรียกได้ว่าแทบจะหลงรักเมนูขนมอบนี้เป็นพิเศษ
เพราะหน้าตาและสีสันสวยงามดูน่ารับประทาน รสชาติหวานอมเปรี้ยวสตอเบอรี่แน่นๆลูกโตๆ
และครีมก็ยังไม่หนักจนเกินไปเพราะใช้วิปปิ้งครีมไม่ใช่เนย วันนี้เรามาลองดูวิธีการทำกันดีกว่า

ส่วนผสมตัวเค้ก Strawberry Cake

1. เนยจืดหั่นเต๋า 100 กรัม
2.ไข่ไก่ 2 ฟอง
3. แป้งเค้ก 100 กรัม
4. เกลือ 1/2 ชช.
5. ผงฟู 1 ชช.
6. ไอซ์ซิ่ง 80 กรัม
7. นมสด 1/2ถ้วย
8. กลิ่นวนิลา 1ชช.

ส่วนผสมแต่งหน้าเค้ก

1. วิปปิ้งครีม 300 มล.
2. ไอซ์ซิ่ง 70 กรัม
3. เกลือ 1/2 ชช.
4. กลิ่นวนิลา 1 ชช.
5. สตอเบอรี่ 1 ถ้วย (หั่นสไลด์)
6. สตอเบอรี่ 5 ลูก

อุปกรณ์ที่ใช้
เครื่องตีเค้ก พิมพ์กรุกระดาษไข ตะแกรง

 วิธีทำเค้กสตอเบอรี่   
1. ร่อนแป้ง , เกลือ , ผงฟู เข้าด้วยกัน พักไว้ก่อน
2. ตีเนยให้ขึ้นฟู ค่อยๆเติมไอซ์ซิ่งลงไป ตีด้วยความเร็วสูงสุด ประมาณ 5 นาที
3. เติมไข่ไก่ลงไปทีละ 1 ฟอง ตีให้เข้ากันดีแล้วจึงค่อยเติมกลิ่นวนิลาลงไป
4. ลดความเร็วลงต่ำสุด เติมแป้งที่ร่อนแล้วลงไปทีละน้อย สลับกับเติมนมทีละะน้อย เติมจนนมและแป้งหมด
5. ทาเนยขาวในพิมพ์กรุกระดาษไขให้ทั่วพิมพ์เค้ก เทเค้กลงไปเกลี่ยหน้าให้เนียน
6. นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศา 30 นาที
7. ตีวิปปิ้งครีมด้วยความเร็วสูงสุดจนขึ้นฟู (ต้องนำวิปปิ้งครีมไปแช่ในช่องฟรีซ 30 นาที ก่อนจะนำมาตีให้ขึ้นฟู ไม่อย่างนั้นจะตีไม่ขึ้น)
8. เติมเกลือและไอซ์ซิ่ง , กลิ่นวนิลาลงไป เมื่อผสมจนครีมขึ้นฟูดีแล้ว นำเข้าตู้เย็นพักไว้ก่อน (ถ้าอยู่ในอุณหภูมิห้อง วิปปิ้งครีมจะยุบตัว)
9. เมื่อเค้กสุกดีแล้ว ดึงกระดาษไขออกคว่ำหน้าเค้กลงบนตะแกรงและพักไว้
10. ตัดเค้กแบ่งเป็น 2 ชั้น ปาดครีมเค้กบางๆบนเค้กชั้นที่ 1 จัดเรียงสตอเบอรี่ สไลด์ลงไปให้ทั่วเค้ก
11.วางเค้กชั้นที่ 2 ลงไป ปาดครีมให้ทั่วหน้าเค้ก บีบครีมด้วยหัวบีบรูปดาว รอบๆเค้ก ตกแต่งด้วยสตอเบอรี่สด เป็นอันเสร็จ…

แซนด์วิชแฮมชีส

แซนด์วิชแฮมชีส แซนวิชยอดนิยม

แซนด์วิชแฮมชีส ของว่าง เมนูนูขนมแบบด่วนๆ อยู่ท้องได้เหมือนกัน เหมาะกับมื้อเช้าที่รีบเร่งไปทำงาน
แซนด์วิชก็เป็นอีกตัวเลือกที่ช่วยให้อิ่มท้องได้ หรือสำหรับคนที่ไดเอ็ด

แซนด์วิชก็สามารถช่วยได้เหมือนกัน สามารถเป็นอาหารว่างได้ ของเบรกได้ เป็นทั้งเบเกอร์รี่ก็ได้เช่นกัน
วันนี้เราจะพาเข้าครัวทำแซนวิชง่ายๆ แถมอร่อยด้วย ขั้นตอนไม่มีอะไรยุ่งยาก

สิ่งที่ต้องเตรียม
1. ขนมปังแซนด์วิช 3 แผ่น
2. แฮม 2 แผ่น
3. ชีสแผ่น 2 แผ่น
4. มายองเนสหรือสลัดครีม หรือแซนด์วิชสเปรด 3 ช้อนโต๊ะ (ตามชอบ)

วิธีทำ
1. แฮมที่เราซื้อมา ล้างให้สะอาดคะ จากนั้นลวกในน้ำร้อนประมาณ 2-3 นาที
2. นำมาซับให้แห้งด้วยผ้าสะอาด หรือกระดาษทิชชู่ก็ได้
3. เตรียมมายองเนสหรือสลัดครีมคะ ใครอยากเพิ่มรสชาติก็ได้นะ ตามชอบเลยจะเติมเกลือป่น หรือพริกไทยป่น
4. เตรียมขนมปัง
5. จากนั้นเอาขนมปังแซนวิสยี่ห้อตามชอบมาทาด้วยน้ำสลัดหรือเจ้ามายองเนสที่เราปรุงไว้เมื่อสักครู่ ทาให้ทั่ว
6. จากนั้นก็นำแฮมที่เราลวกไว้แล้วมาวางทับลงไป
7. ทาทับด้วยมายองเนสเหมือนเดิม
8. แล้วก็นำชีสแผ่นมาวางทับลงไปที่แฮมอีกที
9. นำขนมปังแผ่นที่ 2 ทาด้วยน้ำสลัดหรือมายองเนสเหมือนเดิม
10. แล้วก็วางโป๊ะลงไปที่ชีสเลย
11. จากนั้นก็ทำเหมือนเดิมอีกครั้ง คือทามายองเนสที่ขนมปังชิ้นที่ 2 วางแฮมลงไป
บางคนอาจจะใส่ผักสลัดกับมะเขือเทศเพิ่มเติมไปด้วยแล้วแต่ความชอบ
12. ตัดแบ่งแนวเฉียง หรือแล้วแต่สะดวก แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว…

โดนัทน้ำตาล

โดนัทน้ำตาล ขนมสุดคลาดสิค

คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก และไม่เคยทาน “ โดนัท ” ยิ่งเป็นโดนัทสุดคลาดสิค หรือ โดนัทน้ำตาล แป้งที่เอาทอด เป็นทรงกลมมีรูตรงกลาง แต่งหน้าด้วยของหวานหลากหลาย
โดนัทยังเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน ซึ่งปัจจุบันมีโดนัทรูปร่างต่างๆ ไม่เพียงแค่ทรงกลม และมีรสชาติที่หลากหลายให้เราได้เลือกชิมกันอย่างไม่อั้น

วันนี้ จะมาแจกสูตรพร้อมวิธีทำ “ โดนัทน้ำตาล”สุดคลาดสิค สูตรที่ทำได้ไม่ยุ่งยาก แถมทำออกมาแล้วยังมีน่าตาอวบอ้วนน่ากัด น่าทานที่สุด เราไปชมส่วนผสม และวิธีทำกันได้เลย

ส่วนผสมสำหรับ 20-25 ชิ้น
1. แป้งสาลีเอนกประสงค์ 550 กรัม
2. ผงฟู 1+1/2 ช.ช.
3. ไข่แดง 2 ฟอง
4. ยีสต์ 11 กรัม
5. เนยสดรสจืด หรือเนยขาว หรือน้ำมันพืช (ใช้เนยเค็มก็ได้ รสชาติไม่ต่างกันมาก เนยเค็มก็อร่อยอีกแบบ ถ้าใช้น้ำมันพืชควรใส่ลงไปพร้อมนมเลย) 50 กรัม
6. น้ำตาลทราย 60 กรัม
7. เกลือป่น 1 ช.ช.
8. กลิ่นวานิลา 1 ช.ช.
9. นมสดหรือนมจืดอุณหภูมิห้อง(หรือน้ำเปล่าก็ได้ค่ะอร่อยเหมือนกัน) 260 กรัม

สูตรแบบใส่สารเสริม
1. แป้งสาลีเอนกประสงค์ 550 กรัม
2. ผงฟู 1+1/2 ช.ช.
3. ไข่แดง 2 ฟอง (หรือไข่ไก่เบอร์ 2 1 ฟอง)
4. ยีสต์ 11 กรัม
5. เนยสดรสจืด หรือเนยขาว หรือน้ำมันพืช (ใช้เนยเค็มก็ได้รสชาติไม่ต่างกันมาก เนยเค็มก็อร่อยอีกแบบ ถ้าใช้น้ำมันพืชควรใส่ลงไปพร้อมนมเลย) 50 กรัม
6. น้ำตาลทราย 60 กรัม
7. เกลือป่น 1 ช.ช.
8. กลิ่นวานิลา 1 ช.ช.
9. นมสดหรือนมจืดอุณหภูมิห้อง(หรือน้ำเปล่าก็ได้ค่ะอร่อยเหมือนกัน) 260 กรัม
10. สารเสริมคุณภาพ 1 ช.ช (แอนเพ็ก หรือ แพตโก้3)ร่อนรวมไปกับแป้งและผงฟูเลย

วิธีทำ
1. ใส่แป้งสาลีเอนกประสงค์(ที่ร่อนไว้แล้ว)+น้ำตาลทราย+เกลือป่น+ยีสต์ แล้วตีหรือผสมพอเข้ากันพอเข้ากัน จากนั้นใส่ไข่แดง นม กลิ่นวานิลา ตีพอแป้งจับตัวกันเป็นก้อน
2. ใส่เนยสดลงไป แล้วตีจนแป้งเนียนขึงเป็นฟิล์มบางๆได้ตามภาพค วบแป้งให้หน้าตึงแล้วพักแป้งไว้ให้ฟูขึ้น2 เท่า ประมาณ 1 ช.ม.(ใช้พลาสติกแรฟคลุมไว้ หรือเป็นผ้าหมาดก็ได้)
3. พอแป้งขึ้นฟูแล้วก็ชกไล่ลม จากนั้นแบ่งแป้งชั่ง น.น.ให้ได้ก้อนละ 50 กรัม ขึงเป็นลูกกลมๆ (จะกดให้แบนสักนิดนึงก็ได้ค่ะ) แล้วพักไว้ 20 นาที หรือแป้งขึ้นฟูประมาณ 50 %
4. จากนั้นใช้นิ้วจุ่มแป้งนวล แล้วเจาะรูลงไป
5. หรือจะใช้ฝาทรงกระบอกจุ่มแป้งนวลแล้วกดลงไปตามภาพ ก็จะได้โดนัทมีรูตรงกลางกลมสวยน่ากินเหมือนกัน จากนั้นพักแป้งไว้อีก 10 นาที ก่อนนำไปทอด
6. ได้โดนัทอวบๆ พร้อมทอดแล้ว
7. ตั้งน้ำมันให้ร้อนแล้วปรับความร้อนกลางๆไปทางอ่อนนิดหน่อย นำด้านที่สวยคว่ำลง ทอดจนเหลืองสวย แล้วกลับอีกด้านทอดจนสุกเหลืองทั้ง 2 ด้าน
จากนั้นตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมันบนตะแกรง จนโดนัทเย็นสนิท จะนำไปเคลือบไอซิ่งเกลซ หรือคลุกน้ำตาลก็อร่อยหมด…

แพนเค้ก

แพนเค้กโฮมเมท สูตรง่ายๆ หอมอร่อย

แพนเค้ก เป็นอีกหนึ่งอาหารเช้าเมนูของฝรั่ง ที่คนไทยชอบทำกินในวันว่าง ๆ ด้วยวิธีทำไม่ยุ่งยาก อีกทั้งเนื้อนุ่มหนาหอมเนย
กินอร่อยเคี้ยวเพลิน ทานเป็นของว่างก็ได้ จริงสูตรแพนเค้กนั้นมีมากมายหลากหลายวิธีเช่นกัน

แต่วันนี้เราจะมาแนะนำ วิธีและสูตรง่ายๆ ใช้เวลาไม่นาน ขั้นตอนการทำก็ไม่มีอะไรยุ่งยากเลย
อันดับแรกเลยเราก็ต้องเตรียม ส่วนผสมและอุกรณ์การทำก่อน มีดังนี้

• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
• ไขไก่ 1/2 ฟอง
• น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
• ผงฟู 1 ช้อนชา
• เกลือ
• น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ
• นมสด 3/4 ถ้วย
• โกโก้

วิธีทำ

1. ใส่แป้ง ไข่ไก่ น้ำตาลทราย ผงฟู เกลือ น้ำมัน และนมลงไปในอ่างผสม คนผสมจนเนื้อเนียน
2. แบ่งแป้งออกมาเล็กน้อย ใส่โกโก้เพื่อทำแป้งสีเข้ม จะใส่โกโก้มากน้อยได้ตามต้องการ ผสมแป้งกับโกโก้จนเนื้อเนียน
3. เริ่มวาดเส้นโดยใช้แป้งโกโก้ อย่าเพิ่งเปิดเตา วาดเสร็จค่อยเปิดเตาด้วยไฟอ่อนค่ะ
4. เมื่อแป้งโกโก้เริ่มสุก (แป้งจะตึงตัวและเริ่มแห้ง) ก็เทแป้งสีอ่อนลงไป รอจนมีฟองอากาศผุดออกมาจากแป้งแสดงว่าสุกแล้วค่อยกลับด้าน ทอดต่ออีกประมาณ 3-4 นาที ก็เสร็จแล้ว
5. เติมท็อปปิ้งตามใจชอบ…

ฮันนี่โทส

สูตร ฮันนี่โทส Honey Toast วิธีทำแสนง่าย

ฮันนี่โทส Honey toast คือ ของหวานที่ทำมาจากการเอาขนมปังปอนด์สี่เหลี่ยมลูกเต๋า นำมีดมาควักข้างบนของขนมปัง
โดยเว้นกรอบไว้จากขอบโดยประมาณ1 ซม. พยายามให้มือนิ่ง ขอบจะได้เสมอกันเพื่อความสวย

แล้วเราก็จะได้กล่องกลวงๆของขนมปังที่น่ารับประทาน ขั้นตอนต่อไปหั่นเนื้อในขนมปังที่ควักออกมาให้เป็นลูกเต๋าขนาดพอดีคำ
เมื่อเสร็จแล้วหันมาตั้งกระทะไฟอ่อนๆทาก้อนเนยลงไปละเลงให้ทั่วกระทะ รอกระทั่งร้อนพอได้ที่

แล้วนำขนมปังลูกเต๋าของเรามาทอดกับเนยจนเหลือง หอมเนย จนได้ที่ หรือจะนำเข้าเตาอบ
โดยการทาเนยให้ชุ่มที่ขนมปังลูกเต๋า แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปอบ ซึ่งวิธีแบบนี้จะทำให้เนยปุดๆ ที่ขนมปัง มองดูแล้วน่ารับประทาน

แต่รสชาติก็ไม่ได้แตกต่างอะไร จากนั้นจัดการช้อนเอาขนมปังที่ทอดเสร็จมาพักไว้บนจานหรือตะแกรง
แล้ว ราดด้วยน้ำผึ้ง จนชุ่ม ระหว่างนั้นอาจเพลิดเพลินไปกับการนั่งดูภาพน้ำผึ้งที่ไหลเยิ้มลงมาตามขอบขนมปัง

ที่ค่อยๆซึม ไปสู่เนื้อขนมปัง ขั้นตอนสุดท้ายคีบขนมปังราดน้ำผึ้ง เข้าไปเรียงในกล่องขนมปังที่ควักเนื้อออกมาตอนแรก
เพียงนี้ก็จะได้ ขนมปังฮันนี่โทสต์ รสชาติออริจินัล

แต่ว่าถ้าคุณ ต้องการจะได้รสชาติแปลกใหม่ อาจเพิ่มท็อปปิ้งตามที่ใจต้องการ ไม่ว่าจะเป็น สตรอเบอรี่ ช็อกโกแล็ต กล้วย
หรือเพิ่มความหอมหวานจากนมข้น ตามใจชอบ

 

ส่วนผสม ฮันนี่โทสต์

– ขนมปังปอนด์
– สตรอว์เบอร์รี
– กีวี
– เนยสดชนิดเค็ม
– ไอศกรีม
– น้ำผึ้ง

วิธีทำฮันนี่โทสต์

1. นำสตรอว์เบอร์รีและกีวีสไลซ์บางส่วนไปเชื่อม (ผลไม้เอามาตัดหวานของไอศกรีมกับน้ำผึ้งราดขนมปัง เอาสตรอว์เบอร์รีไปเชื่อม กีวีนำมาเชื่อมบางส่วนและหั่นทานสด ๆ)
2. หั่นขนมปังปอนด์ออกเป็นชิ้นแล้วหั่นเป็นช่อง ๆ ทาเนยลงไปบนขนมปังแล้วนำไปอบจนหอมและกรอบ
3. นำออกจากเตา ราดน้ำผึ้งด้านบนให้ชุ่ม ตักไอศกรีมวางบนขนมปัง แต่งหน้าด้วยผลไม้ที่เตรียมไว้ พร้อมเสิร์ฟ…

วาฟเฟิล

ขนมวาฟเฟิล สูตรง่ายๆ ใครๆก็ทำได้

วาฟเฟิล เพียงแค่เปล่งเสียงคำนี้ กลิ่นหอมเฉพาะตัวของแป้งที่อร่อยตอนเสิร์ฟร้อนๆ ก็ลอยมาเตะจมูก และเมื่อนึกภาพ เราก็เห็นขนมสีน้ำตาลทองเป็นช่องๆ คล้ายรังผึ้ง
ใช่แล้ว ถ้าไล่เรียงย้อนอดีตไป คำว่า waffle ชื่อที่เราคุ้นปากกันทุกวันนี้ มาจากภาษาฝรั่งเศส ดัตช์ และดัตช์ตอนกลาง นั่นคือคำว่า wafla, wafel, wafele ที่ล้วนแต่แปลว่า รวงผึ้ง

ส่วนผสม 

  1. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  2. นมสด 1 ถ้วย
  3. น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  4. เนยสดละลาย 50 กรัม
  5. กลิ่นวานิลลา เล็กน้อย
  6. แป้งอเนกประสงค์ 100 กรัม
  7. ผงฟู 1 ช้อนชา
  8. เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
  9. เกลือป่น เล็กน้อย
  10. ครีมออฟทาร์ทาร์ เล็กน้อย
  11. น้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้งตามชอบ

วิธีทำแป้งวาฟเฟิล

  1. แยกไข่แดงกับไข่ขาวออกจากกัน และผสมนมสดกับน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
  2. เปิดเตาอบวาฟเฟิลเตรียมไว้
  3. ตีผสมนม (ที่ผสมน้ำมะนาว) กับเนยละลาย และไข่แดงให้เข้ากัน ใส่กลิ่นวานิลลาลงไป ตีผสมด้วยเล็กน้อย ร่อนแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือป่นลงไป ตีผสมจนเป็นเนื้อเดียวและไม่เป็นเม็ด เตรียมไว้
  4. ตีไข่ขาวกับครีมทาร์ทาร์จนเป็นฟองละเอียดแล้วใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อน จากนั้นนำไปตะล่อมกับส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้ให้เข้ากัน
  5. พอเตาวาฟเฟิลร้อนแล้ว ตักส่วนผสมหยอดลงไป (ปริมาณแล้วแต่ชอบ) อบจนสุก แกะออกจากเตา จัดใส่จาน ราดด้วยน้ำเชื่อมตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ
บิสกิตโรลเค้ก

บิสกิตโรลเค้ก Biscuit Roll Cake

จากที่เคยทำเค้กโรล ที่เนื้อเค้กเรียบเนียนสอดไส้แล้วจับม้วนโรล วันนี้ขอนำเสนอวิธีทำ บิสกิตโรลเค้ก Biscuit Roll Cake ใช้สูตรแป้งเลดี้ฟิงเกอร์อบแล้วหน้ากรอบเนื้อนุ่ม
เพิ่มความเก๋ด้วยการบีบแป้งให้เป็นเส้น ๆ สอดไส้ครีมสูตรหวานน้อย ใครเบื่อ ๆ กับแป้งเค้กนุ่ม ๆ กันแล้ว ลองเปลี่ยนมาทำ บิสกิตโรลเค้ก Biscuit Roll Cake
ตัวเค้กทำจากเลดี้ฟิงเกอร์เนื้อกรอบนุ่ม สอดไส้ครีมสดและโรยไอซิ่งด้านนอก

ส่วนผสม ตัวเค้ก เลดี้ฟิงเกอร์

• ไข่แดง 3 ฟอง
• น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 1) 45 กรัม
• กลิ่นวานิลลา
• ไข่ขาว 3 ฟอง
• ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา
• น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2) 45 กรัม
• แป้งเค้ก 90 กรัม
• ถาดขนาด 10 x 10 นิ้ว
• ไอซิ่ง

ส่วนผสม ครีมสด

• วิปปิ้งครีม 200 กรัม
• ไอซิ่ง 35 กรัม

วิธีทำ

1. ทำส่วนผสมไข่แดง โดยใส่ไข่แดง น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 1) และกลิ่นวานิลลาลงไปในชามผสม ตีจนน้ำตาลทรายละลายและไข่สีอ่อนลง
2. ทำส่วนผสมไข่ขาว โดยตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์จนเป็นฟองหยาบ แล้วทยอยใส่น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2) ลงไป ตีจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อนถึงปานกลาง
ตักไข่ขาวบางส่วนลงไปตะล่อมกับส่วนผสมไข่แดง พอเข้ากันดีแล้วก็ใส่ส่วนผสมไข่ขาวที่เหลือลงไปจนหมดแล้วตะล่อมจนเข้ากัน
3. ใส่แป้งเค้กลงไปแล้วตะล่อมให้เข้ากัน อย่าคนนาน แค่พอเข้ากัน ใส่ส่วนผสมแป้งลงในถุงบีบ แล้วบีบเป็นเส้นเรียงกัน แต่อย่าติดกันมาก ให้เว้นระยะสัก 1-2 มิลลิเมตร
หลังจากนั้นร่อนน้ำตาลไอซิ่งลงไป พักให้น้ำตาลไอซิ่งละลายเคลือบหน้าเลดี้ฟิงเกอร์สัก 5 นาทีก่อนนำไปอบ
***หมายเหตุ : ในพิมพ์ที่ปูกระดาษไขหรือแผ่นรองอบ ทาไขมันไปด้วย ไม่อย่างนั้นเลดี้ฟิงเกอร์จะติดพิมพ์ แงะไม่ออกกันเลยทีเดียว
4. นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 นาที ใช้ไฟบน-ล่าง พออบเสร็จแล้วโรยไอซิ่งให้ทั่ว หรือไม่โรยก็ได้ แล้วแต่ชอบเลย นำออกจากพิมพ์แล้วพักไว้ให้เย็นสนิท
5. ตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งจนตั้งยอดแข็ง ปาดวิปครีมให้ทั่วเค้ก ม้วนให้แน่นแล้วนำไปแช่ตู้เย็นให้เซตตัวประมาณ 2 ชั่วโมง ตัดเล็มด้านข้างที่ไม่สวยออกไป…