Coffee Cake

เค้กกาแฟ กรุบกรับด้วยบัตเตอร์ครีมสไตล์ฝรั่งเศส

สูตร เค้กกาแฟ Coffee Cake เค้กกาแฟเข้มๆ เป็นที่ถูกใจใครหลายๆคน แต่สูตรของเค้กกาแฟตัวนี้ไม่ธรรมดา เพราะมีถั่วพีแคนกรุบกรอบผสมอยู่ด้วย แถมครีมที่ใช้ระหว่างชั้นยังเป็นบัตเตอร์ครีมสไตล์ฝรั่งเศส ซึ่งจะมีความละมุนลิ้นจากไข่แดงที่อยู่ในครีมรับรองว่าอร่อยถูกใจแน่นอน

วัตถุดิบเค้กกาแฟ Coffee Cake
สำหรับ 6-8 ชิ้น ใช้เวลาทำโดยประมาณ 1 ชั่วโมง

ส่วนผสมตัวเค้ก
1. แป้งเค้ก 70 กรัม
2. ผงฟู 1 1/4 ช้อนชา
3. เบกกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา
4. กาแฟผง 1 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำร้อน 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
6. เนยสด 115 กรัม
7. น้ำตาลทราย 80 กรัม
8. ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 2 ฟอง
9. ถั่วพีแคนสับหยาบ 50 กรัม

ส่วนผสมน้ำเชื่อมกาแฟ
1. น้ำเปล่า 100 กรัม
2. น้ำตาลทราย 25 กรัม
3. กาแฟ 1 ช้อนโต๊ะ
4. เหล้าbaileys 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมบัตเตอร์ครีม
1. น้ำตาลทราย 90 กรัม
2. เนยสด 300 กรัม
3. น้ำเปล่า 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
4. ไข่แดง 4 ฟอง
5. เหล้า Baileys 2 ช้อนโต๊ะ
6. กาแฟ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

อุปกรณ์ที่ใช้ พิมพ์วงกลม 6 นิ้ว

วิธีทำเค้กกาแฟ Coffee Cake
1. ทำส่วนเค้กก่อนโดยละลายกาแฟกับน้ำร้อนพักไว้
2. ร่อนแป้งกับผงฟู ลงในอ่างผสมพักไว้
3. ตีเนยกับน้ำตาลให้ขึ้นฟู ใส่ไข่ไก่ทีละฟอง ตีให้เข้ากัน ใส่กาแฟที่ละลายไว้ ใส่แป้ง ตีให้พอเข้ากัน ใส่ถั่วพี่คานสับหยาบ คนให้เข้ากัน แบ่งใส่พิมพ์วงกลมสองพิมพ์ให้เท่ากัน อบไฟบน ล่าง 180 เซลเซียส ประมาณ 15 นาที เช็คสุกโดยใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มตรงกลางเค้ก ไม่มีเศษเค้กติดขึ้นมา คว่ำเค้กบนตระแกรงพักให้เย็น
4. ทำน้ำเชื่อมกาแฟ โดยนำน้ำไปต้มกับน้ำตาล หรือใส่ไมโครเวฟให้ร้อน ละลายกาแฟในน้ำร้อน ใส่เหล้า Baileys ลงไปคนให้เข้ากัน พักไว้
5. ทำบัตเตอร์ครีมโดยต้มน้ำตาลกับน้ำเปล่าเล็กน้อย ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิ รอจนอุณหภูมิใกล้ 120 เซลเซียส จึงเริ่มตีไข่แดงด้วยความเร็วปานกลาง พออุณหภูมิถึง 120 เซลเซียส ค่อยๆเทน้ำตาลลงไข่แดง ให้เทลงเป็นสายช้าๆระวังอย่าให้โดนหัวตี น้ำตาลร้อนๆ อาจจะกระเด็นโดนได้ ใส่เหล้า Baileys กาแฟ เดินเครื่องตีต่อเรื่อยๆจนส่วนผสมเย็นและขึ้นฟู ค่อยๆใส่เนยทีละน้อย ตีจนเป็นครีมเนียนพักไว้
6. นำเนื้อเค้กชิ้นแรกมาพรมน้ำเชื่อมกาแฟให้ชุ่มโดยใช้แปรงพรมๆให้ทั่ว เสร็จแล้วปาดครีมให้ทั่ว วางชิ้นเค้กอีกชั้นลงไป ใช้น้ำเชื่อมกาแฟพรมให้ชุ่ม และปาดครีมทับ แล้วปาดรอบเค้กด้วยตกแต่งหน้าเค้กด้วยถั่วพีคานตามชอบ นำไปแช่เย็นประมาณ 3 ชั่วโมง หรือจนกว่าครีมจะเซตตัว จึงนำไปตัดทานได้ แนะนำให้ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องสัก 15 นาทีก่อนทาน จะได้รสสัมผัสที่นุ่มนวลมากขึ้น

เลม่อนเค้ก Lemon cake

เลม่อนเค้ก Lemon cake

เลม่อนเค้ก Lemon cake เป็นเค้กเค้กเนยหรือสปองค์เค้ก

เลม่อนเค้ก Lemon cake  ด้านนอกเคลือบชอคโกแลคเลม่อน บูมมากในญี่ปุ่นเมื่อ 50 ปีที่แล้ว เป็นที่นิยมประมาณ10 ปี หากคนญี่ปุ่นได้มาเห็นหรือทานก็จะพูดกันว่า Natsukashii คิดถึงสมัยก่อน
แต่เมื่อไม่นานนี้ Lawsonได้นำมาผลิตขายอีกครั้งโดยเพิ่มไส้คัสตาร์ดเลม่อนลงไปด้วย โดยใช้ชื่อว่า ” スプーンで食べるレモンケーキ” เค้กเลม่อนที่ใช้ช้อนทาน

ส่วนผสม
1) แป้งเค้ก 160 กรัม
2) ผงฟู 2 กรัม(หรือ1/2ช้อนชา)
3) ครีมสด 140 ml
4) ไข่ 2 ฟอง
(ไซส์ใหญ่)
5) น้ำตาล 140 กรัม
6) ผิวเลม่อน 1/2 ลูก

ส่วนผสมสำหรับเคลือบหน้า
– Coating chocolateรสเลม่อน ปริมาณพอเหมาะ
(หากไม่มี สามารถใช้ชอคโกแลคขาว+กลิ่นเลม่อน+สีผสมอาหารสีเหลือง)

วิธีทำ
– เปิดเตาอบ 180 องศา
– นำไข่ออกมาจากตู้เย็นให้หายเย็น

1) ทาพิมพ์รูปเลม่อนด้วยเนยให้ทั่วด้วยแปรง
2) ร่อนแป้งเค้กและผงฟูด้วยกระชอน
– ขูดผิวเลม่อนครึ่งลูก

3)ตอกไข่ใส่ชามผสมใหญ่ ตีไข่ด้วยตะกร้อไฟฟ้า(ความเร็วสูง)ให้แตก ค่อยๆใส่น้ำตาลลงไปจนหมด
(หากตีรองด้วยน้ำอุ่น จะตีไข่ขึ้นเร็ว)
– ตีจนข้นฟู ribbon stage (สามารถเขียนเลข8 ได้)
– แล้วตีตัดฟองอากาศ(ความเร็วต่ำ)อีก 1 นาที เพื่อฟองอากาศของไข่จะละเอียดขึ้น

4) นำชามอีกหนึ่งใบตีครีมสดด้วยตะกร้อไฟฟ้าจนตั้งยอดอ่อน
5) นำครีมสดที่ตั้งยอดข้อ 4 ใส่ลงไปในชามผสมข้อ 3 ใช้พายตะล่อมเบาๆ
6) นำแป้งและผงฟูที่ร่อนแล้ว ใส่ลงไปในชามผสมข้อ 3 ใช้พายตะล่อมเบาๆ
7) นำผิวเลม่อนใส่ลงไปในชามผสมข้อ 3 ใช้พายตะล่อมเบาๆ
8) นำส่วนผสมไปใส่ถุงบีบและบีบลงในพิมพ์
9) อบ 180 องศา 15 นาที
10) เอาออกมาวางบนตะแกรง พักให้เย็น

11) ทำที่เคลือบหน้า

– นำชอคโกแลคเลม่อนใส่ชามทนความร้อน แล้วนำไปซ้อนกับหม้อน้ำร้อน(ปิดไฟแล้ว) กวนให้ละลาย
– ให้ส้อมจิ้มเค้กและจุ่มลงไปในชอคโกแลคเลม่อน พักไว้ให้หน้าเซ็ตตัว ถ้าอากาศร้อนแช่ตู้เย็น เสร็จ

 

แหล่งที่มา  tamagok

เค้กเรดเวลเวท

เค้กเรดเวลเวท Red Velvet เค้กเนื้อสีเเดงกำมะหยี่ชิ้นหนาเนื้อนุ่ม

เค้กเรดเวลเวท สีแดงสลับชั้นกับครีมชีสสีครีมยั่วตายั่วใจทุกครั้งที่ไปยังหน้าตู้เค้ก

เค้กเรดเวลเวท Red Velvet  สีแดงเด่นเป็นสง่าของเค้กชนิดนี้ทำให้เป็นจุดสนใจจนไม่อาจยับยั้งความต้องการได้สักครั้ง อีกทั้งรสชาติความหอมหวานของตัวเค้กที่เข้ากั๊นเข้ากันกับครีมชีสรสชาติอมเปรี้ยว

ส่วนผสมตัวเค้ก
แป้งเค้ก 1½ ถ้วยตวง / น้ำตาลทรายขาว ½+¼ ถ้วยตวง * ผงโกโก้ 1½ ช้อนโต๊ะ / เกลือป่น ¼ ช้อนชา / เบกกิ้งโซดา ½+¼ ช้อนชา

ไข่ไก่ 2 ฟอง / สีแดง 1 ช้อน / น้ำอุ่น 2 ช้อนโต๊ะ / กลิ่นวานิลลา ½ ช้อนชา / น้ำส้มสายชู ½+¼ ช้อนชา / บัตเตอร์มิลค์ ½ ถ้วยตวง / เนยจืด 170 กรัม / ราสเบอร์รี่ฟิลลิ่ง 200 กรัม

วิธีทำ
1. วอร์มเตาอบที่ไฟ 170 องศาเซลเซียส แล้วนำถ้วยใส่น้ำวางในเตาอบ
2. ตีเนยด้วยหัวใบไม้จนเนียน ใส่น้ำตาลทรายขาว ตีจนขึ้นฟู ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที
3. ใส่ไข่ทีละฟอง สลับกับกลิ่นวานิลลา จนเข้ากัน
4. นำผงโกโก้, สีแดง และน้ำอุ่นผสมให้เข้ากันโดยใช้ตะกร้อตี แล้วค่อยๆ เทบัตเตอร์มิลค์ลงไปผสมให้เข้ากันดี
5. ใส่แป้งสลับกับบัตเตอร์มิลค์ที่ผสมแล้วลงไปในเนยที่ตีแล้ว โดยให้จบด้วยแป้ง ใช้กำลังตีต่ำ ตีจนแป้งเนียน
6. ผสมเบกกิ้งโซดา กับน้ำส้มสายชูให้เข้ากัน ใส่ลงในเค้กที่ตีเสร็จแล้ว ค่อยๆ ใช้ไม้พายตะล่อมให้เข้ากัน
7. ตักใส่ถ้วยนำเข้าเตาอบประมาณ 10-12 นาที อบเสร็จทิ้งไว้ให้เย็น
8. ตักเนื้อเค้กตรงกลางออก บีบราสเบอร์รี่ฟิลลิ่งลงไป แต่งหน้าด้วยครีมชีส ตกแต่งตามชอบ

ส่วนผสมครีมชีสแต่งหน้าเค้ก
น้ำตาลไอซิ่ง ¼ ถ้วย / นมผง 1 ช้อนโต๊ะ / กลิ่นวานิลลา ½ ช้อนชา / ครีมชีส 150 กรัม / เนยจืด 90 กรัม

วิธีทำ
1. ตีเนยด้วยหัวตะกร้อจนขึ้นฟู
2. ใส่ครีมชีสลงไป ตีต่อจนฟูเนียน
3. ค่อยๆ ใส่ไอซิ่งที่ร่อนรวมกับนมผงแล้วลงไป ตีต่ออีก 2 นาที
4. ใส่กลิ่นวานิลลา แล้วตีต่ออีก 1 นาทีจนเนื้อเนียน

 

แหล่งที่มา      openrice

ชีสเค้ก

“ชีสเค้ก” คุกกี้แอนด์ครีม สูตรไม่ต้องง้อเตาอบ!

“ชีสเค้ก” คุกกี้แอนด์ครีม ด้วยความลงตัวของส่วนผสมอย่างคุกกี้แซนด์วิชรสช็อกโกแลตอย่างโอรีโอและครีมรสชาติหอมมัน

 

ชีสเค้ก “คุกกี้แอนด์ครีม” เป็น ตัวเลือกแรกๆ เสมอเวลาเข้าร้านไอศกรีมที่ไหน แต่คุกกี้แอนด์ครีมก็ไม่ได้มีเป็นแค่รสชาติไอศกรีมเท่านั้น “คุกกี้แอนด์ครีมชีสเค้ก” ที่ต้องบอกว่ารสชาติอร่อย หอมมันเข้มข้น วงตัวกับคุกกี้อรีโอ้ได้ดีมากๆ หลายๆ คนพอได้ยินคำว่าชีสเค้กก็คงจะคิดว่าทำยาก ยุ่งยาก แต่สำหรับสูตรนี้จะเป็นชีสเค้กแบบไม่อบ จึงลดความยุ่งยากลงไป และคนที่ไม่มีเตาอบก็สามารถทำทานที่บ้านได้ง่ายๆเลย

ส่วนผสมส่วนครัสต์
– คุกกี้โอรีโอ (เอาไส้ครีมตรงกลางออก) 10 คู่
– เนยสดชนิดจืด 35 กรัม

ส่วนผสมส่วนชีสเค้กฟิลลิ่ง
– วิปปิ้งครีม ½ ถ้วยตวง
– ครีมชีส 250 กรัม
– น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่ชอบหวานสามารถลดลงได้ค่ะ)
– นมสด 3 ช้อนโต๊
– ผงเจลาติน 4 กรัม
– กลิ่นวานิลลา ½ ช้อนชา
– คุกกี้โอรีโอ (ไม่ต้องเอาไส้ตรงกลางออก) 8 คู่

ส่วนผสมวิปครีมท็อปปิ้ง
– วิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตวง
– น้ำตาลไอซิ่ง 1 ช้อนโต๊ะ

สำหรับชีสเค้กสูตรนี้ จะใช้พิมพ์แบบถอดก้นได้ หรือพิมพ์เค้กแบบถอดด้านข้างออกได้ (สปริงฟอร์ม) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 7 นิ้ว

ส่วนครัสต์

ทำส่วนฐานหรือครัสต์ของตัวชีสเค้กด้วยการหั่นเนยจืดเป็นชิ้นเล็กลงหน่อยเพื่อให้ละลายง่าย จากนั้นใส่ในถ้วยทนไฟ นำเข้าเตาไมโครเวฟ หาจานหรือที่ปิดมาปิดกันกระเด็นด้วย ใช้เวลาประมาณ 1 นาทีจนเนยละลายเป็นน้ำเหลวๆ พักไว้ให้เย็นลง ระหว่างที่รอเนยเย็น ก็นำคุกกี้โอรีโอที่เอาไส้ตรงกลางออกแล้วมาบดให้ละเอียด โดยใช้เครื่องฟู้ดโปรเฟสเซอร์ก็ได้ หรือถ้าใครไม่มีเครื่องก็สามารถใช้วิธีนำโอรีโอใส่ถุงซิป ปิดถุง และใช้ไม้หรือที่คลึงทุบๆ บดๆ จนคุกกี้แตกละเอียดเป็นผงๆ

เมื่อเนยละลายเย็นลงแล้ว ใส่เนยลงในโอรีโอบด คลุกเคล้าให้เข้าก่อน เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ ใช้ช้อนกรุคุกกี้บดให้แน่นทั่วพิมพ์ ใช้พลาสติกแร็ปคลุมพิมพ์ นำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็งเพื่อให้ส่วนครัสต์เซ็ตตัว

เริ่มทำส่วนชีสเค้กฟิลลิ่งด้วยการนำวิปปิ้งครีมเทใส่ชาม ใช้เครื่องตีไข่ไฟฟ้าหรือตะกร้อมือ ตีวิปปิ้งครีมจนขึ้นฟูเป็นครีม

ในการตีวิปปิ้งครีมนั้น ข้อควรรู้คือ

1. ถ้าใช้เครื่องตีไข่ไฟฟ้าก็ให้เริ่มจากความเร็วกลางถึงสูงก่อน พอวิปปิ้งครีมเริ่มข้นขึ้นก็ให้ลดความเร็วลง พอเริ่มเป็นครีมก็ใช้เป็นความเร็วต่ำตีตัดฟองอากาศ จะได้วิปครีมที่เนียน

2. ข้อสำคัญสำหรับการตีวิปปิ้งครีมอีกเรื่องก็คือ วิปปิ้งครีมจะต้องเย็นจัดตอนตวงส่วนผสมเสร็จแล้วยังไม่ตีครีมนี้ ให้นำวิปปิ้งครีมแช่ตู้เย็นช่องธรรมดารอไว้ก่อน พอจะตีค่อยเอาออกมา ถ้าอากาศร้อนมากๆ แนะนำให้หาชามใบที่ใหญ่กว่าชามวิปปิ้งครีม ใส่น้ำแข็ง และว่างชามวิปปิ้งครึมลงไปบนน้ำแข็งก่อนตีความเย็นจากน้ำแข็งจะช่วยทำให้วิปปิ้งครีมขึ้นฟูได้ง่ายขึ้น

เมื่อตีวิปครีมจนได้ที่แล้ว นำไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดารอไว้ก่อน
สำหรับหัวตะกร้อที่ใช้ตีครีมเมื่อกี้ ก็ปาดครีมที่ติดอยู่ตรงหัวตะกร้อลงไปในชามให้เรียบร้อย และนำมาตีชีสในขั้นตอนต่อมาได้

เริ่มตีครีมชีส ให้เตรียมตัวเจลาตินที่จะทำให้ขนมเซ็ตตัว โดยการเทนมสดใส่ถ้วยทนไฟ ตามด้วยโปรยเจลาตินลงไป และทิ้งไว้ให้เจลาตินซึมนมสัก 5 นาที จากนั้นนำเข้าไมโครเวฟ หาฝามาปิดกันกระเด็น ใช้เวลาประมาณ 20 – 30 วินาที เอาออกมาคนๆ ถ้าเจลาตินละลายรวมเป็นเนื้อเดียวกับนมไม่เหลือเป็นเม็ดๆ ก็ถือว่าใช้ได้ ละลายแล้วพักไว้

จากนั้น บิโอรีโอที่จะใส่ในตัวชีสเค้กเป็นชิ้นเล็กๆ เตรียมไว้ก่อน

นำครีมชีสที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วใส่ชามผสม ตีด้วยความเร็วต่ำให้พอกระจายตัว จากนั้น ใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีด้วยความเร็วกลางจนขึ้นฟูเนียนเป็นครีม ใช้เวลาไม่นาน ใส่ส่วนผสมนมและเจลาติน และกลิ่นวานิลลาลงในชามผสม ตีต่อจนส่วนผสมเข้ากันดี นำวิปครีมที่ตีไว้ออกมาจากตู้เย็น ใส่ลงในชามครีมชีส ใช้พายยางตะล่อมเบาๆ ให้ส่วนผสมทั้งสองส่วนเข้ากันดี
ใส่โอรีโอที่บิเป็นชิ้นเล็กๆ ไว้แล้วลงไป คลุกให้ทั่วๆ เบาๆ อีกครั้งหนึ่ง เป็นอันเสร็จ

ตักส่วนผสมใส่ฐานครัสต์ที่ทำ พยายามเกลี่ยให้ทั่วๆ พิมพ์และให้หน้าเสมอกันจากนั้น ใช้พลาสติกแร็ปแผ่นเดิมคลุมพิมพ์ นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดา แช่ประมาณ 4 ชั่วโมงหรือข้ามคืนจนขนมเซ็ตตัวดี
เมื่อขนมเซ็ตตัวดีแล้ว เตรียมตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งให้ขึ้นฟูตั้งยอดแข็งแบบปาดเค้ก
แบ่งครีมมาประมาณครึ่งหนึ่ง โปะลงบนชีสเค้กที่เซ็ตตัวดีแล้ว เกลี่ยครีมให้ทั่วๆ และเสมอกันทั้งพิมพ์

จากนั้น ใช้พายพลาสติกแบนๆ กรีดรอบพิมพ์ และถอดพิมพ์ด้านข้างออกมา ใช้สปาตูล่าแซะฐานนำเค้กออกจากฐานพิมพ์ นำเค้กวางบนภาชนะ ตกแต่งต่อโดยนำวิปครีมอีกครึ่งที่เหลือใส่ถุงบีบ บีบเป็นดวงๆ ลงบนเค้ก จำนวนดวงตามแต่ที่จะแบ่งเลยค่ะ สำหรับเค้กไซส์ 7 นิ้วนี้แนะนำให้แบ่งเป็น 8 ชิ้นหรือไม่ก็ 10 ชิ้น ให้ลองมาร์ครอยแบ่งก่อนบีบครีมค่ะจะได้สะดวกนำโอรีโอมาหั่นครึ่ง วางลงบนครีมที่บีบไว้นำไปแช่เย็นสัก 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงให้ครีมเซ็ตตัวก่อนนำมาตัดแบ่งเป็นชิ้นๆ เสิร์ฟ

แหล่งที่มา   wongnai

เค้กมันม่วง

สูตรชิฟฟ่อนมันม่วง

“เค้กมันม่วง” เมนูของหวานด้วยมันม่วงปลอดสารพิษจากโครงการชั่งหัวมัน โครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ส่วนประกอบขนาด 2 ปอนด์(ถาด8×8)️
ส่วนที่1
– แป้งเค้ก 80 ก
– ผงมันม่วง”ปั้นแป้ง” 25 กรัม
– ผงฟู 1/2 ช้อนชา
– เหลือ 1/4 ช้อนชา
– น้ำตาลทราย 50 กรัม
ส่วนที่2
– ไข่แดง เบอร์1 3 ฟอง
– น้ำมัน 40 กรัม
– นมข้นจืด 35 กรัม
– น้ำเปล่า 40 กรัม
ส่วนที่3
– ไข่ขาว 3 ฟอง
– ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา
– น้ำตาลทราย 30 กรัม

วิธีทำพื้นฐาน

-วอร์มเตาอบไฟบนล่าง 350 องศาเซลเซียส 15 นาที จากนั้นปรับเป็น 180 องศาเซลเซียส ใช้ถาดอบสี่เหลี่ยมขนาด 20 นิ้ว x 20 นิ้ว รองด้วยกระดาษรองอบเตรียมไว้
-เริ่มทำเนื้อเค้ก โดยร่อนวัตถุดิบของแห้ง คือ แป้งอเนกประสงค์ ผงฟู และเกลือ เข้าด้วยกัน แล้วพักไว้
– ตอกไข่ใส่ชามผสม ใส่น้ำตาล ตีให้ขึ้นฟูจนเป็นสีขาวนวล จากนั้นใส่นมสด เนยละลาย สีผสมอาหาร และของแห้งที่ร่อนไว้ ตีให้พอเข้ากัน เทลงในถาด นำไปเข้าเตาอบไฟบนล่าง ความร้อน 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 นาที จากนั้นนำออกมาจากเตาอบแล้วพักไว้ให้เย็น
– นำแป้งเค้กที่พักไว้มาตัดเป็นวงกลม วางมันม่วงหั่นเต๋า บีบวิปครีมที่ตีไว้ลงไป ตามด้วยครีมมันม่วง ตกแต่งด้วยพาร์สลีย์ให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ

 

แหล่งที่มา  wongnai

เค้กชาเขียวหน้านิ่ม

เค้กชาเขียวหน้านิ่ม อร่อยนุ่มฉบับญี่ปุ่น

เค้กชาเขียวหน้านิ่ม หรือ Matcha Cake with Soft Ganache

 

เค้กชาเขียวหน้านิ่ม  เนื้อชิฟฟอนนุ่มนวลราดหน้าด้วย Soft Ganache

ชาเขียวเข้มข้น หอมกลิ่นชาเขียวและสีเขียวนวลสะดุดตา ลิ้มชิมรสได้อย่างง่ายดาย รสชาติไม่หวานจัด แต่เข้มข้นตามรสชาเขียว

วัตถุดิบส่วนผสม 
ส่วนชิฟฟอนเค้ก (แบ่งเป็น 3 ส่วน)
ส่วนที่ 1
1. แป้งเค้ก 80 กรัม
2. ผงฟู ¼ ช้อนชา
3. เกลือ 1/8 ช้อนชา
4. น้ำตาลทราย 50
5. ผงชาเขียวมัทฉะ MatchaZuki เกรด Medium 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนที่ 2
6. นมสดรสจืด 75 กรัม
7. น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันคาโนล่า 50 กรัม
8. ไข่แดง 2 ฟอง
9. กลิ่นวนิลลา 1 ช้อนชา

ส่วนที่ 3
10. ไข่ขาว 2 ฟอง
11. น้ำตาลทราย 50 กรัม
12. ครีมออฟทาร์ทาร์หรือน้ำมะนาว ½ ช้อนชา

ส่วน Soft Ganache
1. ผงชาเขียวมัทฉะ MatchaZuki เกรด Medium 2 ช้อนชา
2. น้ำตาล 55 กรัม
3. น้ำร้อน 75 กรัม
4. นมข้นจืด(1) 50 กรัม
5. แป้งข้าวโพด 15 กรัม
6. นมข้นจืด(2) 65 กรัม
7. เนยสดจืด 50 กรัม

วิธีทำ 
เค้กชิฟฟอน
1. นำส่วนที่ 1 ผสมให้เข้ากันโดยร่อนแป้ง ผงฟูและผงมัทฉะ ลงในอ่างผสมก่อน ตามด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ ให้ตระกร้อมือคนให้ส่วนผสมเข้ากันแล้วพักไว้

2. ผสมส่วนที่ 2 ทั้งหมด คือนมสด ไข่แดง น้ำมัน กลิ่นวนิลลา ลงในอ่างอีกใบ ใช้ตระกร้อมือตีให้เข้ากัน จากนั้นนำส่วนนี้เทลงในส่วนของแห้ง (ข้อที่ 1) แล้วคนให้เข้ากันดี พักไว้ก่อน

3. นำไข่ขาวในส่วนที่ 3 ที่แยกไว้ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ หรือน้ำมะนาว ตีด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าความเร็วปานกลาง ให้ขึ้นฟองหยาบๆ ทยอยใส่ทรายลงไป เรื่อยๆจนหมด ปรับเป็นความเร็วสูง ตีจนไข่ขาวมันเงา และเมื่อหยุดตีและยกเครื่องตีขึ้น ส่วนผสมตั้งยอด ไม่หยดลง

4. นำส่วนไข่ขาว ผสมลงในส่วนแรกที่ผสมไว้ ใช้พายยางตะล่อมให่ส่วนผสมเข้ากันดี เมื่อเข้ากันดีแล้ว เทลงพิมพ์ตามที่เตรียมไว้ นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เวลาประมาณ 25-30 นาที หรือเช็คว่าเค้กสุกโดยการนำไม้จิ้มไปยังกลางเค้ก หากไม่มีเศษเนื้อเค้กติดออกมาแสดงว่าเค้กสุกเรียบร้อยแล้ว นำออกจากเตาอบ ทิ้งไว้ให้เย็น นำออกจากพิมพ์ และสไลด์เค้กเป็นชั้นตามต้องการ

ส่วน Soft Ganache
นำผงมัทฉะผสมกับน้ำร้อน คนให้ละลายเข้ากันดี เทใส่หม้อ ตามด้วยน้ำตาล และนมข้นจืด(1) คนให้ละลาย ตั้งไฟให้เดือดอ่อนๆ แล้วนำแป้งข้าวโพดและนมข้นจืด(2) ละลายผสมกัน เทลงไปในหม้อ คนให้ส่วนผสมค้นจนเห็นรอยตะกร้อ ปิดไฟ ใส่เนยและคนจนกว่าจะอุ่นลง นำไปปาดลงบนเค้กที่สไลด์ไว้และตกแต่งให้สวยงาม

 

แหล่งที่มา   facebook

บลูเบอรี่ชีสพาย

บลูเบอรี่ชีสพาย สูตรครีมชิสเข้มข้น

บลูเบอรี่ชีสพาย แบบไม่ใช้เตาอบ แถมครีมชีสเข้มข้นสุดๆ

บลูเบอรี่ชีสพาย ที่มีส่วนผสมง่ายๆ ไม่กี่อย่าง ใช้แครกเกอร์มาทำเป็นฐาน จากนั้นก็นำครีมชีสมาตีให้ฟู นำไปแช่แข็งพอเซ็ตตัว ก็ออกมาเป็นเมนูอร่อยง่ายๆ แบบไม่ต้องง้อเตาอบแล้ว

ส่วนผสม
ฐาน
-แครกเกอร์ 90กรัม
-เนยเค็ม 60 กรัม
ชีสเค้ก
-เจลาตินแบบแผ่น แผ่นละ 5กรัม 1แผ่น
-น้ำตาลทรายขาว 40 กรัม
-น้ำ 15 กรัม
-ไข่แดง(ไข่ไก่) 2 ฟอง
-ครีมชีส 125 กรัม
-น้ำมะนาว 20 กรัม
-วิปปิ้งครีม 100 กรัม

วิธีทำ
1. ใช้แครกเกอร์ 90 กรัม
2. บดแครกเกอร์ให้ละเอียด ใครมีเครื่องบดใช้ได้เลยนะคะ ใครไม่มีก็เอาใส่ถุง ทุบๆๆๆๆ ละเอียดเท่าไหร่ยิ่งดีนะคะ ถ้าหยาบมากไป ตอนทานฐานจะแตกค่ะ
3.ใส่เนยละลาย 60 กรัม ลงในแครกเกอร์ที่บดแล้ว ผสมให้เข้ากัน
4. นำพิมพ์แบบที่ถอดก้นได้ ทาด้วยเนยบางๆ ถ้าใครจะใส่แบบกระทงฟอยล์ข้ามขั้นนี้ไปเลยจ้า
5. นำครัช (แครกเกอร์+เนย)จาก3. กรุลงในพิมพ์หนาประมาณ 1 เซนก็พอค่ะ แล้วกดให้แน่น ต้องแน่นๆเลยนะ ไม่งั้นฐานจะแตกค่ะ
6. ทำแบบเดียวกันกับกระทงฟอยล์ค่ะ เสร็จแล้วก็เอาไปแช่ช่องแข็ง 30 นาที
7. แช่เจลาตินแบบแผ่น 5 กรัม ในน้ำเย็น เพื่อให้เจลาตินพองตัว ประมาณ 20-30 นาที
8. ทำน้ำเชื่อมโดยใช้น้ำ 15 กรัม กับ น้ำตาล 40 กรัม ต้มให้เดือดแล้วยกลง
9. แยกไข่แดง 2 ฟอง
10.ใส่น้ำเชื่อมที่เดือด เททันทีในไข่แดง แล้วตีไข่แดงตลอดการใส่น้ำเชื่อม ขั้นตอนนี้จะทำให้ไข่ค่อยๆสุก ต้องค่อยไใส่
11. ตีจนไข่แดงกลายเป็นสีเหลืองนวล แล้วใส่ครีมชีส 125 กรัม ลงไปตีให้เข้ากัน
12. ตีวิปปิ้งครีม 100 กรัม ในอ่างผสมอีกใบ ตีจนตั้งยอดอ่อน แล้วพักไว้
13. นำเจลาตินที่อิ่มน้ำแล้วเข้าไมโครเวฟ 30 วินาที หาอะไรปิดภาชนะด้วยนะคะ ไม่งั้นเจลาตินจะแห้งติดภาชนะเลย
14. ผสมส่วนของไข่แดง 11. กับ วิปปิ้งครีม 12. ค่อยๆตะล่อมให้เข้ากัน
15. ใส่เจลาตินที่ละลายแล้ว คนให้เขากัน
16. ใส่น้ำมะนาว 20 กรัม ถ้าใครใช้น้ำเลม่อน สามารถเพิ่มปริมาตรได้ถึง 30 กรัมนะคะ
17. เทครีมชีสข้อ 16. ลงในพิมพ์ที่กรุครัชไว้แล้ว เกลี่ยหน้าให้เรียบ เคาะพิมพ์เล็กน้อย จึงนำไปแช่เย็นช่องธรรมดา 2-3 ชม.
18. เมื่อขนมเซทตัวแล้ว ค่อยๆถอดออกจากพิมพ์ โดยวางพิมพ์บนแก้วน้ำ แล้วค่อยๆดึงพิมพ์ลง
19. แต่งหน้าด้วยแจมบลูเบอรี่

 

แหล่งที่มา   thaiticketmajor

เค้กนมสด

เค้กนมสด

เค้กนมสด สูตรเค้ก นุ่มหอม อร่อย

เค้กนมสด  สามารถนำไปใช้มอบให้ในโอกาสต่าง ๆ เช่น วันมงคลสมรส วันเกิด ปีใหม่ และสามารถจัดรับประทานคู่กับ น้ำชา กาแฟด้วยได้

ส่วนผสมสปองจ์เค้กนมสด
-แป้งเค้ก 280 กรัม
-ผงวนิลา 1 1/2 ชช. (เราใช้แบบน้ำค่ะ ใส่ไป 2ชช.)
-ไข่ไก่ 9 ฟอง
-sp หรือ โอวาเล็ต 20 กรัม
-น้ำตาลทราย 300 กรัม
-น้ำเปล่า 4 1/2 ชต.
-เนยสดชนิดเค็ม ละลาย 240 กรัม
-เกลือป่น 3/4 ชช.
-นมสด 90 กรัม
-กลิ่นนมเนย 1 ชต.
-ขนมปังกรอบสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ1.ร่อนแป้งเค้ก ผงวนิลาและผงฟู ลงอ่างผสม พักไว้
2.ผสมไข่ไก่ SP น้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำเปล่า (ถ้าใครใช้วนิลาแบบน้ำก็ใส่ไปกับไข่เลยนะคะ) ใช้ตะกร้อตีด้วยความเร็วต่ำสุด
พอเข้ากัน
3.ใส่ส่วนผสมของแป้งที่ร่อนไว้ลงในอ่างผสม ตีด้วยความเร็วต่ำจนเข้ากันดี แล้วเพิ่มเป็นความเร็วสูงสุดประมาณ 3-4นาที
จากนั้นลดเป็นความเร็วต่ำอีก 1 นาที พร้อมใส่นมสด และเนยละลายที่พักไว้จนอุ่นแล้ว ลงผสมให้เข้ากันดี
4.เทส่วนผสมที่ได้ใส่ถาดอบที่ทาด้วยเนยขาวปูด้วยกระดาษไข นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 200 องศาC เวลา 30 นาที หรือจนสุกเหลือง
จึงนำออกจากเตา แซะออกจากถาดพักไว้ให้เย็น ตัดครึ่งเค้ก แล้วนำกรุลงในพิมพ์แบบถอดก้นหรือสปริงฟอร์ม ราดด้วยครีมนมสด
แล้วตามด้วยเนื้อเค้กอีกชั้น และครีมสลับชั้นกันตามต้องการ นำเข้าแช่ตู้เย็นจนเซ็ตตัว ตกแต่งหน้าด้วยขนมปังกรอบให้สวยงาม

ส่วนผสมครีมนมสด

-นมสด (1) 470กรัม
-นมผง 40 กรัม
-ไวต์ช็อกโกแลตสับ 190 กรัม
-เจลาตินชนิดแผ่น 7แผ่น
-วิปครีม 400 กรัม
-นมสด (2) 50 กรัม

วิธีทำ
1.แช่เจลาตินในน้ำเย็นจนนุ่ม พักไว้
2.ต้มนมสด (1) นมผง พอเดือด ใส่ไวท์ช็อคโกแลตพอละลาย ใส่เจลาติน คนให้เข้ากัน พักให้เย็น
3.ตีวิปครีมกับนมสด (2) ด้วยหัวตะกร้อใช้ความเร็วสูงสุดของเครื่องจนขึ้นฟูตั้งยอดอ่อน
นำลงผสมกับส่วนผสมข้อ 2 โดยใช้ตะกร้อมือคนเบาๆ จนส่วนผสมเข้ากันดี จึงนำไปราดเค้ก

แหล่งที่มา  teerayutsamuel

Strawberry Shortcake

Strawberry Shortcake

Strawberry Shortcake เค้กสไตล์ญี่ปุ่นเนื้อนุ่มอร่อย มีความเป็นญี่ปุ่นหลายคนคงต้องนึกถึง เมนูสตรอว์เบอร์รี่ชอร์ตเค้ก (Strawberry Shortcake) แม้จะไม่ได้เป็นขนมเค้กสัญชาติญี่ปุ่นร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จากการดัดแปลงสูตรให้มีเนื้อเค้กนุ่ม เบา เข้ากับวิปปิ้งครีม เนื้อเนียนอร่อย และสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตในรสชาติที่ไม่หวานเกินไป

ทำให้เมนูนี้กลายเป็นซิกเนเจอร์ ที่ ร้านขนมญี่ปุ่น ต้องมีขายเลยทีเดียว เช่น เดียวกับร้าน Mori Dessert Bar ที่ได้ คุณมุเนะโยชิ โมริเชฟชาวญี่ปุ่น ผู้เป็นที่ปรึกษาและคอยรังสรรค์เมนูแสนอร่อย ภายในร้านให้เป็นขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น รสชาติถูกปากคนไทยรวมถึงสูตรสตรอว์เบอร์รี่ชอร์ตเค้กสูตรนี้ด้วย

ส่วนผสม (สำหรับ 1 ปอนด์) เตรียม 10 นาที ปรุง 30 นาที

ไข่ไก่ 2 ฟอง
น้ำตาลทราย 75 กรัม
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 60 กรัม
นมสดรสจืด 80 กรัม
เนยจืดละลาย 25 กรัม
วิปปิ้งครีม 500 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง(ร่อนแล้ว) 50 กรัม
เหล้ายิน 5 กรัม
สตรอว์เบอร์รี่สด 300 กรัม

วิธีทำ
1. เตรียมเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส

2. ตีไข่ไก่กับน้ำตาลให้ขึ้นฟูจากนั้นเติมนมสดลงไปผสมตีต่อจนส่วนผสมเข้ากันดี

3. ตักส่วนผสมข้อ 2 ประมาณ 1-3 มาผสมกับเนยละลาย คนให้เข้ากัน พักไว้

4. ใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ลงในส่วนผสมไข่ไก่ที่เหลือในข้อ 2 โดยตะล่อมเบา ๆ ให้เข้ากันจากนั้นนำไปผสมกับส่วนผสม ข้อ 3 ตะล่อมให้เข้ากันดี เทลงพิมพ์ขนาด 1 ปอนด์ที่รองด้วยกระดาษไขที่ก้นพิมพ์ นำเข้าเตาอบนาน 20 นาที

5. เมื่อเค้กสุกนำออกมาพักไว้บนตะแกรงให้เย็น สไลซ์เค้กเป็น 3 ชั้นเท่า ๆ กัน

6. ตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งและเหล้ายินให้ขึ้นฟู นำวิปปิ้งครีมมาปาดลงบนชั้นเค้กแต่ละชั้น จากนั้นสไลซ์สตรอว์เบอร์รี่บาง ๆ นำมาวางเรียงให้ทั่วชั้นเค้กทั้ง 3 ชั้น ปาดวิปปิ้งครีมให้คลุมเค้กทั้งหมดจนเรียบเนียนตกแต่งด้านบนด้วยผลสตรอว์เบอร์รี่สดประมาณ 4 ลูก นำไปแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ

พลังงานต่อหนึ่งปอนด์ 2,499.40 กิโลแคลอรี
โปรตีน 40.16 กรัม ไขมัน 148.28 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 261.07 กรัม ไฟเบอร์ 12.21 กรัม

แหล่งที่มา  goodlifeupdate

เค้กส้มหน้านิ่ม

เค้กส้มหน้านิ่ม สีสวยเนื้อนุ่ม

เค้กส้มหน้านิ่ม นั้นเป็นที่เค้กที่รสชาติเปรี้ยวหวานแล้วหอมของกลิ่นส้มและเนื้อเค้กที่นิ่ม

เค้กส้มหน้านิ่ม ประโยนช์ของส้มยังอุดมไปด้วยวิตามินต่าง ๆ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายของเราวิตามินซี วิตามินเอ (เบตาแคโรทีน) วิตามินบี วิตามินดี ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และคอลลาเจน นอกจากนี้ยังมีใยอาหารที่ช่วยในระบบขับถ่ายอีกด้วย สำหรับสรรพคุณของส้มในเรื่องอื่น ๆ เช่น ช่วยรักษาเลือดออกตามไรฟัน ช่วยล้างสารพิษในร่างกายด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ

ส่วนผสม ตัวเค้ก ส้ม (ประมาณ 10-12 ชิ้นขึ้นอยู่กับขนาดของพิมพ์)

• แป้งเค้ก 1+1/2 ถ้วย
• ผงฟู 1 ช้อนชา
• เกลือ 1/4 ช้อนชา
• ไข่ไก่ (ฟองใหญ่) 4 ฟอง (แยกไข่แดงกับไข่ขาวออกจากกัน)
• น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย (ถ้าต้องการให้เค้กหวานขึ้นให้เพิ่มเป็น 1 ถ้วย)
• ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา
• เนยสดละละลาย 4 ช้อนโต๊ะ
• ผิวส้มขูด 2 ลูก
• กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
• กลิ่นส้ม 1 ช้อนชา
• น้ำส้มสด 1/2 ถ้วย

อุปกรณ์

• พิมพ์เค้กครึ่งวงกลม หรือถ้วยกลม

ส่วนผสม ซอสส้ม

• น้ำเปล่า 300 กรัม
• น้ำส้มซันคิส 75 กรัม
• น้ำตาลทราย 100 กรัม
• แป้งกวนไส้ 25 กรัม (หรือแป้งข้าวโพดแต่ซอสจะไม่ใส)
• เนยเค็ม 25 กรัม
• สีผสมอาหารสีส้ม 1 ช้อนชา
• กลิ่นส้ม 1 ช้อนชา (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

วิธีทำเค้กส้ม

1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 325 องศาฟาเรนไฮต์ เตรียมไว้
2. ร่อนแป้งเค้กกับผงฟูเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
3. ตีผสมไข่ไก่กับเกลือ และครีมออฟทาร์ทาร์ (ทาไว้ที่ปลายตะกร้อ) เข้าด้วยกันจนตั้งยอด จากนั้นเติมน้ำตาลทรายลงไปครึ่งหนึ่ง แล้วตีให้เข้ากันจนตั้งยอดแข็งอีกครั้ง เตรียมไว้
4. ตีผสมไข่แดงกับน้ำตาลทรายที่เหลือจนเป็นครีมสีเหลืองอ่อน เติมเนยละลายลงไป ตามด้วยผิวส้มขูด กลิ่นวานิลลา และกลิ่นส้ม ตีต่อให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
5. ลดความเร็วเครื่องตีลง แบ่งแป้งเป็น 3 ส่วนแล้วทยอยใส่ลงไปในส่วนผสมไข่แดง ตามด้วยน้ำส้มครึ่งหนึ่งก่อน ใส่สลับกันเช่นนี้จนหมด และตีจนส่วนผสมเข้ากัน
6. แบ่งส่วนผสมไข่ขาวที่ตีไว้เป็น 3 ส่วนแล้วค่อย ๆ ทยอยใส่ลงไปตีผสมทีละส่วนจนหมดและเข้ากันดี
7. ตักส่วนผสมลงในพิมพ์เค้กประมาณ 3/4 ของพิมพ์
8. นำไปอบที่อุณหภูมิ 325 องศาฟาเรนไฮต์ ใช้ไฟบน-ล่าง อบประมาณ 20-30 นาที (ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มลงในขนม ถ้าไม่ติดไม้ขึ้นมาแสดงว่าสุกแล้ว) นำออกจากเตาอบ คว่ำออกจากพิมพ์แล้ววางพักทิ้งไว้บนตะแกรงจนเย็น
9. ทำซอสส้มโดยใส่น้ำเปล่า น้ำส้ม และน้ำตาลทรายลงในหม้อ คนผสมให้เข้ากันนำขึ้นตั้งไฟอ่อน ใส่แป้งกวนไส้ลงไปกวนจนส่วนผสมเริ่มเหนียวข้นเป็นรอยตะกร้อ ใส่สีผสมอาหารสีส้มและกลิ่นส้มลงไปคนให้เข้ากันแล้วปิดไฟ ใส่เนยลงไปคนละลายเข้ากัน จากนั้นกวนไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมเริ่มอุ่น เตรียมไว้สำหรับเคลือบเค้ก
10. วางเรียงเค้กบนตะแกรงที่รองด้วยถาดให้ห่างกันประมาณ 1 นิ้ว ยกหม้อที่กวนซอสส้มไว้ค่อย ๆ เทราดลงบนเค้กจากกึ่งกลางแล้วปล่อยให้ซอสไหลลงไปเคลือบเค้กจนทั่ว พักเค้กทิ้งไว้สักครู่เพื่อให้ซอสส่วนเกินไหลลงไปจนหมดและเรียบเนียน รอจนเซตตัวแล้วเอาออกจากตะแกรง แต่งด้วยใบส้ม หรือใบไม้ให้คล้ายผลส้ม พร้อมเสิร์ฟ

แหล่งที่มา  cooking.kapook